ฟิล์มติดรถยนต์ มีแบบใหนบ้าง แต่ละแบบมีระดับความเข้มของฟิล์มอย่างไร

ฟิล์มติดรถยนต์

ฟิล์มติดรถยนต์

ฟิล์มติดรถยนต์ หลายคนคงรู้จักมาแล้งบ้าง โดยฟิล์มมีความคล้ายคลึงกันตามระดับความเข้มของฟิล์ม 40, 60, และ 80 เป็นการเรียกตามระดับความเข้มของฟิล์ม โดยไม่มีหลักเกณฑ์การวัดที่แน่นอน ในที่นี้ขออธิบายแบบกระชับ เข้าใจง่าย ในไทยอากาศร้อน การเลือกฟิล์มกรองแสงที่เหมาะสมกับการใช้งานจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องคำนึงถึง นอกจากจะเลือกฟิล์มที่ไม่มืดจนเกินไป มิฉะนั้น เวลาขับรถช่วงฝนตก หรือช่วงกลางคืน จะก่อให้เกิดอันตรายจากการมองไม่เห็น หรือมองไม่ชัดเจน ดังนั้นหากต้องการติดฟิล์ม จะต้องดูรหัสฟิล์มสี ฟิล์มจากทางร้านและสั่งกับทางผู้ติดตั้งตามรหัสฟิล์มที่ระบุในตัวอย่างฟิล์ม เนื่องจากฟิล์มแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน สำหรับอายุเฉลี่ยของฟิล์มติดรถยนต์อยู่ระหว่าง 5 ปี หากฟิล์มพอง สีซีด ลอก คงต้องถึงเวลาเสียตังค์อีกแล้ว

โดยพื้นฐานแล้ว ฟิล์มที่ดีควรมีคุณสมบัติการกรองแสงที่สูง โดยจะต้องสามารถป้องกันรังสี UV เพื่อลดปริมาณความร้อนสะสมให้ได้มากที่สุด นอกจากนั้น จะต้องสามารถรักษาทัศนวิสัยการขับขี่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน (การสะท้อนแสงต่ำ) พูดง่ายๆ ก็คือ ตัวฟิล์มต้องไม่เข้ม-ไม่มืด จนกระทั่งทำให้ขับรถตอนกลางคืนลำบากนั่นเองครับ ซึ่งเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสำหรับผู้ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อฟิล์มติดรถยนต์ ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้น

นอกจากนั้น ฟิล์มที่ดี จะต้องไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอล ติดฟิล์มรถยนต์เชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณ GPS หรือสัญญาณระบบอีซี่พาส (และเอ็มพาส) ซึ่งรถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้น ล้วนแล้วแต่มีการใช้สัญญาณ GPS เพื่อใช้ในระบบนำทาง เพราะฉะนั้นแล้ว ฟิล์มที่ดีจึงจะต้องมีคุณสมบัติที่ทำให้สัญญาณดิจิตอลสามารถส่งผ่านได้อย่างสะดวก ในปัจจุบันนี้ มีฟิล์มรถยนต์หลายประเภทให้เราเลือกใช้กัน และในบทความนี้ เราโฟกัสไปที่ความสามารถในการกรองแสง รวมไปถึงการป้องกันความร้อนของฟิล์ม

ฟิล์ม  40%  หมายถึงฟิล์มใส  ที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 35% ขึ้นไป
ฟิล์ม 60%  หมายถึงฟิล์มเข้ม  ที่มีค่าของแส่งส่องผ่านได้ประมาณ 20%
ฟิล์ม 80%  หมายถึงฟิล์มเข้มที่สุดที่มีค่าของแส่งส่องผ่านได้ประมาณ 5%

No Comments, Be The First!

Your email address will not be published.