ย้อนเส้นทางชีวิต บุ๋ม ปนัดดา ฟาดทุกดราม่า จับมือลูกสาวเปิดใจหลังปะทะคารม

ย้อนเส้นทางชีวิต ย้อนเส้นทางชีวิต
ย้อนเส้นทางชีวิต

ย้อนเส้นทางชีวิต

ย้อนเส้นทางชีวิต บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นักแสดงและพิธีกรมากความสามารถ ที่วันนี้จะมาย้อนเล่าเส้นทางชีวิตกว่าจะเป็นตัวแม่ในวงการ เจอมาแล้วทุกรูปแบบ ทั้งขู่ฆ่าก็เจอมาแล้ว
ผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง ONE31 ที่มี หนิง ปณิตา, ซินแสเป็นหนึ่ง และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร พร้อมอัปเดตถึงประเด็นที่ฟ้องร้องเอาเงินไปเลี้ยงน้องหมา แล้วสรุปจะลง ส.ส.หรือไหม

ครั้งสุดท้ายที่มีโอกาสปะทะกับ ส.ส.คนดัง แม่พูดคำพูดว่าเจอกันในศาล ยังไงคะ?

บุ๋ม : “อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับทนายความ เพราะว่าคุยไปก็เท่านั้น ทุกอย่างเห็นตามหลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว แล้วเราก็เหนื่อยกับเรื่องนี้มานานมาก จนกระทั่งเราคิดว่าพอเถอะ”

มันมีโอกาสไกล่เกลี่ย ต่างคน ต่างอยู่ไหม หรือว่ามันต้องฟ้องแน่ๆ เอาจริงๆ ทั้งคู่?

บุ๋ม : “เป็นเรื่องของอนาคต เพราะการทะเลาะกับใครมันเป็นเรื่องที่เหนื่อย แล้วมันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรกับทั้งสองฝ่าย แล้วมันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย ดังนั้นขอไปเรื่อยๆ ตามจังหวะชีวิตดีกว่า แต่ ณ จุดนี้ก็ยังต้องฟ้องอยู่”

กลัวไหมถ้าเราขึ้นศาลแล้วเราจะเพรี่ยงพร้ำ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่ธรรมดา?

บุ๋ม : “ก็ไม่ได้กลัวนะ ไม่รู้จะกลัวเรื่องอะไร”

มันมีประเด็นที่เผ็ดร้อนมาก ที่โพสต์ว่า ดารามากสามี หมีเหม็น แล้วฝั่งโน้นเขาบอกว่าเขาไม่ได้โพสต์ อันนั้นเฟซปลอม?

บุ๋ม : “เขาบอกว่าเฟซอัน หมีเหม็นอ่ะ เฟซปลอม อันนั้นเขาก็ต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาล”

ความรู้สึกบางทีตัวเราเองรู้อยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วเราเจอคำพูดที่มันรุนแรงขนาดนี้?

บุ๋ม : “เขาบอกว่าเขาไม่ได้ดูถูก ถามว่าโกรธไหม เสียใจมากกว่าที่ทำไมผู้หญิงด้วยกันมาทำอย่างนี้ เสียใจว่าทำไมจู่ๆ เราต้องมาเจออะไรแบบนี้ เพราะเราก็ทำงานของเราอยู่เฉยๆ แล้วทุกสิ่ง ทุกอย่าง มันก็รอเวลาพิสูจน์ได้ ไม่เข้าใจจริงๆ ก็โทร.ถามกันได้ คนเคยสัมภาษณ์กัน รู้จักกัน เราก็บอกโอเคไม่เป็นไร แล้วแต่มุมเขาจะมอง แล้วเขาก็พยายามบ่ายเบี่ยงไปเรื่องของการเมือง ว่าเราต้องมีสีอะไรอยู่ในตัว ซึ่งขอประกาศตรงนี้เลย วันนั้นเขาพูดว่าบุ๋มหัวใจสีส้ม บุ๋มอยากประกาศตรงนี้เลยว่าอย่ามาใส่ความบุ๋ม อย่าเอาเรื่องการเมืองมายุ่งกับบุ๋ม ไม่สีอะไรทั้งสิ้น เพราะอยู่ตรงนี้มานาน ทำงานกับทุกสี รัฐบาลทุกยุคมานานมากแล้ว ไม่เคยยุ่งกับการเมือง เพราะเราถือว่าการเป็นคนของประชาชนต้องเป็นกลางให้มากที่สุด และบุ๋มก็พยายามยืนในจุดนั้น แม้มันจะยากมาก แม้ว่าตอนนี้จะมีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง ขอประกาศตรงนี้ใครที่คอมเมนต์เรื่องการเมือง หยุด เพราะไม่จริงอะไรเลย และดิฉันจะขอยืนหยัดตรงนี้ทำงานเพื่อผู้หญิงและเด็กต่อไป”

พอมีเรื่องการเมืองเกิดขึ้น ทางฝ่ายตรงข้ามก็บอกว่าแม่จงใจทำให้เกิดความเกลียดชังในตัวเขา อันนี้มันหมายความว่ายังไง?

บุ๋ม : “เกลียดไม่เกลียดถามคนดูดีกว่า ฉันทำอะไรได้ ถ้าคนเขารักคุณ ดิฉันด่าคุณเขาก็เกลียดดิฉันค่ะ ไม่สามารถที่จะทำร้ายคุณได้หรอกถ้าเขารักคุณจริง แต่ถ้าเขาไม่ชอบ ทำยังไงคนมันก็ไม่ชอบ ดังนั้นอย่าหาเหตุผลอะไร คุยกันในศาล”

วันที่เจอกันในรายการของคุณมดดำ มันช่างดุเดือด และเชือดเฉือนมาก มันมีบางอารมณ์ไหมที่แม่รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว?

บุ๋ม : “มันเป็นความรู้สึกว่าไม่อยากเข้าไปในรายการตั้งแต่แรกดีกว่า ยอมรับว่าเพิ่งมารู้ว่า เขาจะต้องมาที่รายการคืนก่อนที่จะไปแค่นั้นเอง”

ทำไมวันนั้นถึงตัดสินใจที่จะไป?

บุ๋ม : “เพราะคิวงานในการขายสินค้าจองล่วงหน้ามา 6 เดือน ฉันต้องไป ฉันต้องทำงาน ฉันต้องเลี้ยงลูก ถ้าเป็นสมัยก่อน เจ้าอารมณ์อาจจะสะบัดบ็อบเดินออกไปก็ได้ แต่เมื่อหันไปมองหน้าเจ้าของสินค้า หันไปมองหน้าตัวแทนจำหน่าย แล้วเรารู้สึกว่าในช่วงโควิดเขาก็ขายของไม่ได้ เขาหวังในช่วงเวลา 10 นาทีตรงนั้น แล้วเราจะไม่รับผิดชอบ ไม่มืออาชีพมากพอหรอที่เดินหนี ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้”

วันนั้นมีอารมณ์โกรธทางรายการ หรือพิธีกรร่วมไหมที่ไม่มีการแจ้ง หรือบอกเราล่วงหน้า?

บุ๋ม : “คืออย่างน้อยเขาควรจะแจ้งนะ ถามว่าเสียใจไหม มีนิดนึง แต่วันรุ่งขึ้นมดดำก็โทร.มาหา แล้วก็บอกว่าอยากให้เป็นอย่างนี้ คือยังไงก็ต้องมา ต้องเจอก็คือต้องเจอ จะเอาเรตติ้งรายการ เราก็เข้าใจ แต่บางครั้งคุณควรจะแจ้งเรานิดนึง ไม่ใช่ว่าชาวบ้านรู้ทั้งโลก ยกเว้นฉัน มันไม่แฟร์ แค่นั้นแหละ”

แล้วมดดำตอบแม่ว่ายังไง?

บุ๋ม : “บุ๋มไม่ได้ว่าอะไรกับสิ่งที่มดดำทำเลยนะ เพราะว่าเราเข้าใจงานของเขา แต่ว่าช่วยให้โอกาสเรา ไม่ใช่ว่าขายของๆ แล้วเดินหนี เดี๋ยวเขาก็มาว่าอีกว่าอย่าหนีนะ เดี๋ยวเขาหาว่าเราหนีอีก”

ก็เลยประกาศในเฟซบุ๊กว่า คนอย่างปนัดดาไม่เคยหนีใคร?

บุ๋ม : “ก็ไม่หนี เพราะเราต้องไปทำงานอยู่แล้ว เขาต่างหากที่เดินมาหาเรา”

ครั้งแรกที่เผชิญหน้ากัน ฟีลตอนนั้นคือฟีลอะไร?

บุ๋ม : “แปลกนะใจนิ่งมากเลย อารมณ์อะไรที่เคยเกิดขึ้นก่อนที่เจอในรายการ แต่พอเดินเข้าไปเย็นมากเลย โกรธไปก็เท่านั้น ขาดสติก็คือจบ”

มีคลิปหลุดออกมาที่แม่บอกว่าถ้าอยากจะรู้เรื่อง หรือว่าอะไรที่มันไม่จริง ถามสิ อันนั้นคือตั้งใจที่จะเคลียร์กันเผื่อมันจะจบกันได้?

บุ๋ม : “ใช่ๆ บุ๋มคงสงสัยไม่ต่างจากทุกคนที่เห็นข้อความ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องโพสต์แบบนั้น ทุกคนคงมีคำถามเหมือนกับบุ๋มว่าทำ ทำไม”

คลิปนั้นทุกคนทั้งประเทศเห็น หน้าแม่ยังมีรอยยิ้ม แต่ลึกๆ แม่รู้สึกยังไง?

บุ๋ม : “ก็ทำแฮชแท็กต่อไปเลย ใต้เลขห้ามีภูเขาไฟซ้อนอยู่”

ในวันนั้นมีคำพูดอยู่คำนึงว่า พูดอะไรระวังปากด้วย คิดว่าคำนี้เป็นการยั่วยุ หรือปั่นให้ภูเขาไฟข้างในมันปะทุ?

บุ๋ม : “ไม่เลย กลับรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำที่เตือนสติ แล้วก็ดีนะที่ฉันไม่พูดอะไรออกไป”

มีวินาทีไหนบ้างที่เราปรี๊ดขึ้นมาตลอดเวลาที่พูดคุยกัน?

บุ๋ม : “แค่มีงงบางช่วงมากกว่า ที่เขียนว่าดารามากสามี แล้วเขาบอกว่าเขาไม่ได้เขียน ไม่ได้โพสต์ เพราะว่าบุ๋มพูดต่างหาก”

กระแสหลังจากวันนั้นเป็นยังไงบ้าง?

บุ๋ม : “หลากหลายกระแสค่ะ แต่ก็ไม่ได้ดูมากเท่าไหร่ หลังจากวันนั้นบุ๋มไปแม่ฮ่องสอน แล้วก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ขนาดนั้น เรารู้สึกว่าเราพูดมาพอแล้ว แล้วน่าจะจบแล้ว ในเมื่อรายการก็แฮปปี้แล้ว บุ๋มก็แฮปปี้กับเขาด้วย บุ๋มเองก็ถือว่าทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่ แล้วมันก็น่าจะพอ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันไม่น่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรกกับการปะทะแบบนี้ บุ๋มถามตามตรงว่าบุ๋มได้อะไรเหรอ”

วันนั้นก็มีกระแสอีกนะว่าพิธีกรวันนั้นไม่เป็นกลางเลย?

บุ๋ม : “ขึ้นอยู่กับการทำงานของพิธีกรแต่ละคน สไตล์ของแต่ละคน อันนี้บุ๋มไม่เกี่ยวอยู่แล้ว เพราะบุ๋มนั่งของบุ๋มเฉยๆ มันก็แล้วแต่มุมมอง ทุกคนสามารถออกความเห็นได้หมด”

หลังจากรายการออกไปมีใครโทร.มาเคลียร์แม่ไหม?

บุ๋ม : “มีพิธีกรรายการอื่นโทร.มาบอกว่าเขารู้ล่วงหน้ามา 3 วันแล้ว”

อันดารู้สึกยังงไงบ้างที่คุณแม่ต้องเจอผลกระทบ เจออะไรแรงๆ แบบนี้ กลับบ้านคุณแม่ร้องไห้ไหม?

อันดามัน : “ร้องไหม”

บุ๋ม : “คือเข้าบ้าน เขาจะรู้งานของเขา เขาจะรู้ว่าบางทีบรรยากาศมาคุ เราแบกอะไรมาจากข้างนอก แต่เราจะไม่เคยเอามานั่งระบายในบ้าน แต่บางทีมันหนักจริงๆ บุ๋มก็จะเดินไปกอดเขา”

หนูได้เห็นภาพที่คุณแม่ไปออกรายการ แล้วมีคลิปที่คุณแม่ปะทะกัน หนูได้ดูอันนี้ไหม?

อันดามัน : “ก็ดูค่ะ แล้วก็งงมากๆ ด้วย บางทีอาจจะต้องขอบคุณเขานะ เขาช่วยให้แม่ดังขึ้น”

เห็นบอกว่ามีคนมาขู่ฆ่าพี่บุ๋มด้วย?

บุ๋ม : “ตอนนั้นเขาเด็กมาก อย่าลืมนะทุกเคสที่บุ๋มช่วยเหลือ อย่างเช่น ออกจากซ่องมา ข้ามประเทศมามันคือเรื่องของการค้ามนุษย์ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการข่มขืน เมื่อเราช่วยหนึ่งคน เราจะมีศัตรูเพิ่มหนึ่งคน ถามว่าคนที่เขาเกลียดเราไหม มันต้องมีอยู่แล้วแหละ”

เป็นห่วงคุณแม่ไหม?

อันดามัน : “เป็นห่วงค่ะ”

แม่ห่วงในความปลอดภัยของอันดาไหม?

บุ๋ม : “ห่วงมากด้วย แต่ถามว่าจะไม่ให้เราช่วยผู้หญิงคนอื่นก็คงไม่ใช่ แต่ถามว่าเป็นห่วงเขาไหม ก็เป็นห่วงอยู่แล้ว เพราะว่านี่คือแก้วตา ดวงใจเป็นพลังงานชีวิตของบุ๋ม เขาไม่รู้หรอกนะว่าเขาเป็นพลังงานที่วิเศษขนาดไหน เพราะเขามันทำให้บุ๋มมีพลังออกไปช่วยคนเยอะแยะมากมาย เพราะเขามันทำให้บุ๋มออกมาเปลี่ยนกฎหมายเยอะแยะมากมาย เพื่อทำให้อนาคตของเขามันปลอดภัย”

ที่คุณแม่ประกาศว่าจะลง ส.ส. คนมีคุณภาพแบบนี้ต้องมีคนยกหูมาเยอะไหม?

บุ๋ม : “ไม่ได้เล่นตลกนะ แต่ 23 พรรค”

เห็นบอกว่ารับโทรศัพท์ไม่ทันเลย?

บุ๋ม : “ค่ะ ผ่านมดดำคนเดียวก็ 3 แล้ว เขาก็ยื่นข้อเสนอหลากหลายแบบ”

แล้วแม่ตัดสินใจยังไง มีแนวโน้มไหม?

บุ๋ม : “จริงๆ แล้วมันคือหน้าที่ของคนทำงานเพื่อประชาชน เพราะว่าต้องลงพื้นที่ ดูแลคนทั่วไป แต่พอมาวันนี้ถ้าเข้าไปแล้วเจอแบบนี้ก็กลัว เราอยู่ของเราอย่างนี้ดีแล้ว”

สรุปว่าจะลงหรือไม่ลง?

บุ๋ม : “ไม่ลงค่ะ ๆ เป็นเรื่องที่แปลกนะ พอดาราสักคน หลายคนก็บอกว่าไม่ชอบเลย แต่เรากลับรู้สึกว่าขอบคุณทุกพลังใจ แต่เรากลับรู้สึกว่าถ้าไปแล้วไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไร ทำงานได้เหมือนทุกวันที่เรายังมีพลังการเป็นปนัดดา ได้ช่วยคนขนาดนี้ไม่เอาดีกว่า”

ลูกมีส่วนไหมที่ไม่ลง?

บุ๋ม : “มีส่วนค่ะ”

No Comments, Be The First!

Your email address will not be published.