ภาพยนตร์เรื่อง Batman

แบทแมน

แบทแมน

แบทแมน บีกินส์ (อังกฤษ : Batman Begins) คือ ภาพยนตร์ชุดแบทแมนลำดับที่ 5 เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548 กำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน นำแสดงโดย คริสเตียน เบล, ไมเคิล เคน, เลียม นีสัน, แคที โฮล์มส์, แกรี โอลด์แมน, ซิลเลียน เมอร์ฟี, มอร์แกน ฟรีแมน, ทอม วิลคินสัน, Rutger Hauer และเคน วะตะนะเบะ

เนื้อเรื่องของภาพยนตร์แบทแมนภาคนี้เป็นอิสระจากภาพยนตร์ชุดแบทแมนที่สร้างมาก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง โดยมีโครงเรื่องที่กล่าวถึงจุดกำเนิดของตัวละครแบทแมน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเส้นเรื่องของหนังสือการ์ตูนชุดแบทแมนดั้งเดิม เช่น แบทแมน : เดอะแมนฮูฟอลส์ (Batman: The Man Who Falls) แบทแมน : เยียร์วัน (Batman: Year One) และ แบทแมน : เดอะลองฮัลโลวีน (Batman: The Long Halloween)

ที่มาของภาพยนตร์เรื่องนี้ มาจากความคิดของคริสโตเฟอร์ โนแลน และเดวิด เอส. โกเยอร์ (ผู้เขียนบทภาพยนตร์) ที่มาร่วมงานกันเมื่อช่วงต้นปี พ.ศ. 2546 ซึ่งภาคนี้ถือเป็นภาพยนตร์แบทแมนเรื่องแรก หลังจากที่ภาค แบทแมนแอนด์โรบิน (Batman & Robin) เมื่อ พ.ศ. 2540 ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบและประสบความล้มเหลวในเชิงพาณิชย์ โดยในภาคนี้ เขาทั้งสองคนได้ดัดแปลงให้มีโทนสีมืดและมีความสมจริงของเนื้อเรื่องมากกว่าที่ภาคที่ผ่านมา

การถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้วิธีการแสดงผาดโผนแบบดั้งเดิมและอาศัยการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ไม่มากนัก โดยสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำในเบื้องต้น คือ อังกฤษและชิคาโก

แบทแมน บีกินส์ ได้รับกระแสที่ดีทั้งจากคำวิจารณ์และการตอบรับเชิงพาณิชย์ โดยได้มีการสร้างภาพยนตร์ภาคต่อชื่อว่า แบทแมน อัศวินรัตติกาล (The Dark Knight) ขึ้นมา ซึ่งออกฉายในปี พ.ศ. 2551 กำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน และนำแสดงโดยคริสเตียน เบล เช่นเดิม

เนื้อเรื่องย่อ

เมื่ออายุ 8 ขวบ บรูซ เวย์น (กัส เลวิส) ได้พลัดตกลงไปในถ้ำใต้ดินแห่งหนึ่งบริเวณคฤหาสน์ที่เขาอาศัย ณ ที่นั้น เขาได้เผชิญหน้ากับฝูงค้างคาวขนาดใหญ่ พวกมันได้ฝังความกลัวค้างคาวในใจของเขาตั้งแต่นั้นมา วันหนึ่ง พ่อและแม่ของเขาได้พาเขาไปชมละครเวที ในละครเรื่องนั้นประกอบไปด้วยตัวละครที่มีลักษณะคล้ายค้างคาว เมื่อพวกมันปรากฏตัว เวย์นก็เกิดความกลัวและเร่งเร้าให้พ่อและแม่พาเขากลับบ้าน หลังจากที่เดินออกจากโรงละครแห่งนั้น พ่อและแม่ของเวย์นก็ถูกสังหารโดยโจรจี้ปล้นที่ชื่อ โจ ชิลล์ (ริชาร์ด เบรก) ซึ่งถูกจับกุมอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นไม่นาน จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เวย์นเฝ้าโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิต

หลายปีต่อมา หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปรินซ์ตัน บรูซ เวย์น (คริสเตียน เบล) ก็เดินทางกลับมายังเมืองกอตแทม บ้านเกิดของเขาอีกครั้งเพื่อมาฆ่าชิลล์ ที่ขณะนั้นถูกศาลเลื่อนการตัดสินคดีฆาตกรรมพ่อและแม่ของเขาไป เพื่อใช้เป็นพยานให้การในคดีความของผู้ทรงอิทธิพลที่ชื่อ คาร์ไมน์ ฟัลโคนี (ทอม วิลคินสัน) แต่ก่อนที่เวย์นจะลงมือ หนึ่งในลูกน้องของฟัลโคนีก็ชิงสังหารชิลล์ไปเสียก่อน เวย์นได้เล่าแผนการที่ล้มเหลวของเขาให้ แรเชล ดอวส์ (แคที โฮล์มส์) เพื่อนสนิทหญิงตั้งแต่วัยเด็กฟัง เมื่อได้รับรู้แผนการดังกล่าว เธอก็แสดงความรังเกียจต่อแผนการแก้แค้นอันหน้ามืดตามัวและไม่ตระหนักถึงความยุติธรรมของเขา

ครั้งหนึ่ง เวย์นได้ไปเผชิญหน้ากับฟัลโคนี ผู้ซึ่งกล่าวกับเขาว่า ตัวเขานั้นไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับธรรมชาติของอาชญากรรมเลย จากคำพูดดังกล่าว เวย์นได้ตัดสินใจที่จะเดินทางไปในมุมต่าง ๆ ของโลก เพื่อทำความเข้าใจจิตวิญญาณของการเป็นอาชญากร ประมาณ 7 ปีหลังจากนั้น เวย์นก็ถูกจับกุมที่ประเทศจีนโทษฐานที่เป็นขโมยและถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำของชาวภูฏาน ณ ที่แห่งนั้น เขาได้พบกับ เฮนรี ดูคาร์ด (เลียม นีสัน) ผู้ซึ่งเชิญให้เขา

ไปเข้าร่วมกับกลุ่มศาลเตี้ยชั้นนำที่ชื่อ สหพันธ์แห่งเงา (League of Shadows) ที่นำโดยหัวหน้ากลุ่มที่ชื่อ ราส์ อัลกูห์น (เคน วะตะนะเบะ) เวย์นได้เดินทางไปเข้าร่วมกับกลุ่มตามคำเชิญ เขาได้รับการต้อนรับ เลี้ยงอาหาร และฝึกวิชาการสู้รบร่วมกับกลุ่มทุกรูปแบบ โดยมีดูคาร์ดเป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอน จนเขาสามารถขจัดความกลัวในวัยเด็กของเขาได้ แต่เมื่อเขาได้รู้ว่า กลุ่มตั้งใจจะใช้เขาเพื่อเป็นเครื่องมือทำลายเมืองกอตแทม เขาจึงปฏิเสธความตั้งใจนั้นด้วยการทำลายฐานบัญชาการของกลุ่มและสังหารราส์ อัลกูล ขณะที่ฐานบัญชาการถล่มจนเป็นซากหักพัง เวย์นได้ช่วยชีวิตดูคาร์ดที่กำลังหมดสติเอาไว้ และนำเขาไปพักรักษาตัวในหมู่บ้านแถบนั้น

บรูซ เวย์น กลับมาสู่เมืองกอตแทมอีกครั้ง ขณะนั้น เมืองเกือบทั้งเมืองกำลังตกอยู่ใต้อิทธิพลของฟัลโคนี เวย์นจึงวางแผนที่จะทำสงครามกับระบบฉ้อฉลของฟัลโคนีด้วยตัวคนเดียว เขาได้แลกเปลี่ยนความช่วยเหลือกับดอวส์ ที่กำลังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอัยการเขต และจ่า จิม กอร์ดอน (แกรี โอลด์แมน) นายตำรวจที่เคยปลอบขวัญเขาหลังจากที่พ่อและแม่ของเขาถูกฆ่า และหลังจากที่เวย์นสามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์กับบริษัท เวย์นเอนเต

อร์ไพรซส์ ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของ วิลเลียม เออรล์ (Rutger Hauer) เขาก็ได้รับความช่วยเหลือด้านยุทโธปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นรถหุ้มเกราะ ชุดเกราะ รวมไปถึงนวัตกรรมจากอดีตกรรมการของบริษัทที่ชื่อ ลูเซียส ฟอกซ์ (มอร์แกน ฟรีแมน) เพื่อนำมาใช้สร้างชุดเครื่องแบบแบทแมน

ภายใต้เครื่องแบบใหม่และความสามารถของอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ได้เปรียบ เวย์นได้ลอบทำลายกระบวนการขนส่งยาเสพติดทางเรือของฟัลโคนี และจับตัวฟัลโคนีไปมัดไว้กับไฟฉายดวงใหญ่บนยอดอาคารสูง และช่วยเหลือดอวส์จากการถูกลอบสังหารโดยคนของฟัลโคนี และได้ทิ้งหลักฐานที่จะใช้เอาผิดเกี่ยวกับบัญชีเงินเดือนของฟัลโคนีให้เธอ

วันหนึ่ง ขณะที่บรูซ เวย์น ในคราบแบทแมนกำลังออกสืบสวนหายาที่ “ผิดปกติ” อยู่นั้น เขาก็ถูกพ่นสารเคมีหลอนประสาทที่มีฤทธิ์รุนแรงใส่ โดยนักจิตเภสัชวิทยาที่ชื่อ ดร. โจนาทาน เครน (ซิลเลียน เมอร์ฟี) ฤทธิ์ยาทำให้เขาประสาทหลอน แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจาก อัลเฟรด เพนนีเวิร์ท (ไมเคิล เคน) หัวหน้าคนรับใช้ประจำตระกูล ด้วยยาแก้พิษที่พัฒนาโดยฟอกซ์

ต่อมา หลังจากที่ดอวส์ออกสืบหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับฟัลโคนีจนไปพบแผนการของ ดร. เครน ที่จะละลายสารพิษไปตามระบบประปาของเมืองกอตแทม เธอก็ถูกสารเคมีหลอนประสาทจากเครน แต่แบทแมนก็เข้ามาช่วยเธอไว้ได้ทัน และจัดการกับเครนด้วยสารเคมีของเขาเอง ตำรวจเข้ามาจับกุมเคนไว้ได้ ขณะที่แบทแมนพาดอวส์รบหนีไปที่ถ้ำค้างคาว หลังจากที่แบทแมนฉีดยาถอนพิษให้แก่ดอวส์แล้ว เขาก็ฝากยาถอนพิษอีก 2 ขวด

ให้เธอนำไปให้จ่ากอร์ดอน โดยขวดหนึ่งฉีดเข้าตัวของจ่ากอร์ดอนเอง ส่วนอีกขวดให้นำไปผลิตเพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน

ขณะที่เวย์นจัดงานฉลองวันเกิดของเขาที่คฤหาสน์เวย์น เขาได้เผชิญหน้ากับดูคาร์ดและกลุ่มนินจาจากสหพันธ์แห่งเงา ดูคาร์ดได้เปิดเผยว่าตัวเขาเองคือราส์ อัลกูล ส่วนคนที่เวย์นฆ่านั้นเป็นตัวปลอม ราส์ได้กล่าวถึงแผนการที่จะล้างเมืองกอตแทมให้ปลอดจากมลทินและความฉ้อฉล ด้วยการแพร่สารพิษของเครนลงสู่ระบบประปาของเมือง และทำให้มันละเหยเป็นไอด้วยเครื่องยิงคลื่นไมโครเวฟที่ขโมยมาจากเวย์นเอนเตอร์ไพรซส์

เมื่อได้ยินดังนั้น เวย์นจึงล่อให้แขกในงานทั้งหมดออกไปจากคฤหาสน์โดยการทำทีว่าเมาและกล่าวคำไม่สุภาพ หลังจากนั้น เขาจึงต่อสู้กับราส์ในขณะที่คฤหาสน์ถูกวางเพลิงโดยกลุ่มสหพันธ์แห่งเงา เวย์นเสียท่าแก่ราส์และคฤหาสน์ก็เริ่มพังทลาย แต่ด้วยความช่วยเหลือของอัลเฟรดทำให้เขารอดชีวิตมาได้

หลังจากเปลี่ยนตัวตนเป็นแบทแมน เขาได้เดินทางไปในเขตแออัดของเมืองเพื่อช่วยเหลือตำรวจในการปะทะกับกลุ่มคนไข้วิกลจริตจากสถานพักฟื้นอาร์กแฮม ซึ่งได้รับการปล่อยตัวโดยสหพันธ์แห่งเงา เครน (ซึ่งตอนนี้เรียกตนเองว่า หุ่นไล่กา หรือ สแกร์โครว์) ซึ่งเป็นหนึ่งในคนไข้เหล่านั้นได้เข้าทำร้ายดอวส์ที่เดินทางมามอบยาถอนพิษให้กับกอร์ดอน แต่ดอวส์สามารถป้องกันตัวไว้ได้ แต่เมื่อคนไข้คนอื่น ๆ เริ่มติดตามเธอเข้ามา แบทแมน

ก็มารับตัวเธอไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและเปิดเผยอัตลักษณ์ที่แท้จริงของเขาให้เธอทราบ

แบทแมนได้มอบหมายให้กอร์ดอนนำรถแบทโมบิลของเขาไปหยุดการเดินทางของรถไฟฟ้าที่บรรทุกเครื่องยิงคลื่นไมโครเวฟไปสู่จุดศูนย์กลางระบบประปาของเมือง บนรถไฟฟ้า แบทแมนได้ขึ้นไปต่อสู้กับราส์อีกครั้ง เมื่อราส์เสียท่า แบทแมนจึงได้หลบหนีออกจากรถไฟ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่กอร์ดอนใช้มิสไซล์จากแบทโมไบล์ยิงโค่นเสาค้ำรางรถไฟฟ้าพอดี ส่งผลให้ราส์และรถไฟฟ้าขบวนนั้นตกลงมายังพื้นและระเบิดไปพร้อมเครื่องยิง

คลื่นไมโครเวฟในที่สุด

หลังเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านพ้นไป แบทแมนก็กลายเป็นวีรบุรุษของสาธารณะ เวย์นได้ซื้อหุ้นของเวย์นเอนเตอร์ไพรซส์คืนมาจนสามารถควบคุมองค์กรทั้งหมดได้และแต่งตั้งฟอกซ์ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารแทนเออรล์ แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่สามารถจะปรองดองความรักกับดอวส์ได้อย่างสนิทใจ เนื่องจากชีวิตสองด้านของเขาระหว่างความเป็นเวย์นและความเป็นแบทแมน

ท้ายเรื่อง กอร์ดอน ที่ขณะนี้ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นร้อยตำรวจโท ได้เรียกแบทแมนมารับทราบเกี่ยวกับอาชญากรคนใหม่ โดยมีหลักฐานในที่เกิดเหตุเป็นไพ่โจกเกอร์ กอร์ดอนกล่าวว่า อาชญากรผู้นี้ “หลงใหลมายา” เหมือนกับแบทแมน เมื่อรับทราบข้อมูลทั้งหมด แบทแมนก็สัญญาว่าจะสืบสวนหาตัวอาชญากรผู้นี้ให้ กอร์ดอนกล่าวทิ้งท้ายว่าเขายังไม่ได้ขอบคุณในสิ่งที่แบทแมนทำลงไป ซึ่งแบทแมนได้กล่าวตอบว่า “คุณไม่ต้องทำเช่นนั้น” ก่อนที่เขาจะบินออกไปสู่ความมืดมิด

 

ตัวละครและนักแสดง

  • บรูซ เวย์น/แบทแมน (Bruce Wayne/Batman) แสดงโดย คริสเตียน เบล และ กัส เลวิส (แสดงเป็นบรูซ เวย์น ตอนอายุ 8 ปี)

มหาเศรษฐีพันล้านแห่งเมืองกอตแทม ผู้ซึ่งเสียบิดามารดาไปจากการถูกสังหารโดยโจรจี้ปล้นตั้งแต่อายุแปดขวบ เขาออกท่องเที่ยวไปในโลกกล้วเป็นเวลาหลายปีเพื่อค้นหาวิธีที่จะต่อสู้กับความอยุติธรรม เมื่อเขากลับมาสู่เมืองกอตแทม ในยามค่ำคืน เขาได้กลายเป็นแบทแมน ผู้ที่คอยปกป้องเมืองอย่างลับ ๆ จากเหล่าร้ายต่าง ๆ

ในการคัดเลือกผู้แสดงเป็นแบทแมนภาคนี้ ผู้กำกับคริสโตเฟอร์ โนแลน ได้วางตัวนักแสดงเอาไว้จำนวนหนึ่ง เช่น บิลลี ครูดับ, เจค จิลเลนฮาล, ฮิวจ์ แดนซี, โจชัว แจ็กสัน, เอียน ไบลีย์ และซิลเลียน เมอร์ฟี เป็นต้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกที่แท้จริง คือ คริสเตียน เบล โดยได้รับเลือกเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2546 เบลแสดงความสนใจที่จะเล่นบทนี้ตั้งแต่ช่วงที่ผู้กำกับภาพยนตร์ ดาร์เรน อาโรนอฟสกี วางแผนว่าจะสร้างภาพยนตร์แบทแมนตามฉบับของเขาขึ้นมา เบลรู้สึกว่าภาพยนตร์แบทแมนเรื่องก่อนหน้านั้นสนใจตัวละครแบทแมนน้อยเกินไป แต่กลับทุ่มเทความสำคัญให้กับตัวละครวายร้ายเสียมากกว่า

โนแลนกล่าวถึงเบลว่า “เขาเป็นคนที่มีความสมดุลระหว่างด้านมืดกับด้านสว่างที่เด่นชัดอย่างที่เรากำลังตามหาอยู่” ส่วนเดวิด เอส. โกเยอร์ ผู้เขียนบทภาพยนตร์กล่าวว่า ขณะที่นักแสดงบางคนสามารถแสดงเป็นบูรซ เวย์น หรือแบทแมนที่ยิ่งใหญ่ (ด้านเดียว) ได้ เบลสามารถแสดงเป็นแบทแมนที่มี 2 บุคลิกที่แตกต่างกันอย่างสุดโต่งได้ โดยเบลได้อธิบายว่า ในเรื่องนี้เขาต้องแสดงเป็นบรูซ เวย์น ถึง 4 อารมณ์ด้วยกัน ได้แก่ 1) เป็นคนหนุ่มที่

เต็มไปด้วยความแค้น 2) สวมบทบาทเป็นแบทแมนที่เกรี้ยวกราดเดือดดาล 3) แสร้งทำเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่โง่เง่าเพื่อปกปิดตัวตน และ 4) เป็นผู้ใหญ่ที่ค้นพบจุดมุ่งหมายของชีวิต ความไม่ชอบชุดแบทแมนของเบลที่ใส่แล้วร้อนเป็นประจำ ยิ่งทำให้เบลเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกทั้งสี่ได้ดีขึ้น โดยเขาได้กล่าวว่า “ชุดแบทแมนสื่อความหมายถึงความน่ากลัว และ (เวลาคุณใส่มัน) คุณจะกลายเป็นสัตว์ร้ายในชุดนั้น อย่างที่แบทแมนควรจะเป็น ไม่ใช่แค่คนที่ใส่ชุดอยู่ แต่ (ต้องกลายเป็น) สัตว์ประหลาดอีกชนิดหนึ่งไปเลย”

เนื่องจากเบลได้ลดน้ำหนักไปเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมแสดงภาพยนตร์เรื่อง หลอน…ไม่หลับ (The Machinist) ก่อนหน้าการถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาจึงไปจ้างผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนสส่วนตัวมาช่วยเพิ่มน้ำหนักให้แก่เขาเป็นจำนวนหนึ่งร้อยปอนด์ ภายในเวลา 2 เดือน เพื่อให้ร่างกายพร้อมในการรับบทบาทแบทแมน ในช่วงแรก การเพิ่มนำหนักของเขาเป็นไปด้วยดี แต่หลังจากที่เขาตระหนักว่าการมีเรือนร่างที่ใหญ่โตไม่น่าจะเหมาะสมกับ

การเป็นแบทแมนที่อาศัยความเร็วและการวางกลยุทธ์เป็นหลัก เขาจึงตัดสินใจลดกล้ามเนื้อบางส่วนที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็นลง ส่วนเรื่องของการวางท่าทางต่าง ๆ ในภาพยนตร์ เบลได้ศึกษาจากภาพวาดและการ์ตูนแบทแมนเพื่อนำมาเป็นต้นแบบ

นอกจากคริสเตียน เบล ที่มารับบทบาทของบรูซ เวย์น วัยหนุ่มแล้ว ก็ยังมีกัส เลวิส ที่มารับบทบาทของบรูซ เวย์น วัยเด็กเมื่อมีอายุ 8 ปี อีกด้วย
  • อัลเฟรด เพนนีเวิร์ท (Alfred Pennyworth) แสดงโดย ไมเคิล เคน

หัวหน้าคนรับใช้ประจำตระกูลเวย์นตั้งแต่รุ่นบิดามารดาของบรูซ เวย์น ซึ่งหลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว อัลเฟรดก็ได้แสดงความภักดีด้วยการเลี้ยงดูบรูซ เวย์น ต่อ เขาคือคนที่บรูซสนิทสนมและไว้วางใจมากที่สุด โนแลนได้มอบบทบาทนี้ให้กับไมเคิล เคน เนื่องจากเขารู้สึกว่าเคนมีองค์ประกอบที่สามารถแสดงเป็นพ่อเลี้ยงได้

แม้ว่าในภาพยนตร์จะพรรรนาถึงปูมหลังของครอบครัวของอัลเพรดไว้ว่า ทำหน้าที่รับใช้ตระกูลเวย์นมาหลายรุ่นหลายสมัย เคนก็ยังสร้างปูมหลังเพิ่มเติม โดยก่อนที่อัลเฟรดจะมารับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้รับใช้ เขาได้ทำงานให้กับหน่วยรบพิเศษทางอากาศมาก่อน ซึ่งหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ โทมัส เวย์น ก็ได้เชิญเขามาทำงานด้วย เพราะ “เขาต้องการหัวหน้าคนรับใช้ แต่ต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าหัวหน้าคนรับใช้ทั่วไป…”

  • เฮนรี ดูคาร์ด/ราส์ อัลกูล (Henri Ducard/Ra’s Al Ghul) แสดงโดย เลียม นีสัน

แม้ว่าจะเรียกตัวเองว่า “เฮนรี ดูคาร์ด” แต่แท้จริงแล้วเขาคือ “ราส์ อัลกูล” ตัวร้ายของเรื่อง เขาคือผู้นำกลุ่มสหพันธ์แห่งเงาและผู้ฝึกสอนบรูซ เวย์น ให้รู้จักศิลปะป้องกันตัวแบบนินจิสึ

โกเยอร์แสดงความรู้สึกต่อตัวละครตัวนี้ว่า เขามีความซับซ้อนมากที่สุดในบรรดาตัวละครตัวร้ายทั้งหมดของการ์ตูนชุดแบทแมน โดยเขาได้นำราส์ อัลกูล ไปเปรียบกับอุซามะห์ บิน ลาดิน แล้วกล่าวว่า “เขาไม่ได้บ้าหรือหมกมุ่นอยู่กับความแค้นเหมือนกับตัวร้ายตัวอื่นในเรื่องแบทแมน ที่จริงแล้วเขาพยายามจะเยียวยาโลกใบนี้ แต่วิธีการที่เขาเลือกใช้ ดันเป็นวิธีที่หยาบกระด้างและอันตรายมากเท่านั้นเอง”

ในด้านของเลียม นีสัน ผู้ที่สวมบทบาทนี้ ในตอนแรกเขาได้รับเลือกให้มารับบทเป็นผู้ฝึกสอนของบรูซ เวย์น เท่านั้น แต่หลังจากที่มีการเปิดเผยข่าวว่า เขาจะต้องแสดงเป็นตัวร้ายของเรื่องด้วย ก็ทำให้เกิดความประหลาดใจในหมู่นักวิจารณ์และผู้ชมภาพยนตร์อย่างมาก

  • แรเชล ดอวส์ (Rachel Dawes) แสดงโดย แคที โฮล์มส์

เธอเป็นเพื่อนของบรูซ เวย์น ตั้งแต่เด็ก ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอัยการเขตของเมืองกอตแทม และคอยต่อสู้กับการคอร์รัปชั่นในเมือง ในตอนแรก โกเยอร์ตั้งใจจะใส่ตัวละคร ฮาร์วีย์ เดนต์ ลงไปแทนแรเชล แต่ทางทีมงานก็เปลี่ยนใจเสียก่อน โดยได้กล่าวว่า “เราไม่สามารถทำให้ฮาร์วีย์ (หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ทูเฟส ตัวร้ายอีกตัวในการ์ตูนแบทแมน) เป็นความยุติธรรมได้”

โนแลนกล่าวถึงโฮล์มส์ว่า เขาค้นพบ “ความอบอุ่นอันมหาศาลและแรงดึงดูดทางอารมณ์อันยิ่งใหญ่” ในตัวเธอ และยังรู้สึกว่า “เธอมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอายุของเธอเอง…ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นแก่นที่นำไปสู่ความคิดที่ว่า แรเชลคือบางสื่งที่เป็นตัวแทนของสำนึกผิดชอบชั่วดีของบรูซ”

  • ดร. โจนาทาน เครน/เดอะสแกร์โครว์ (Dr. Jonathan Crane/The Scarecrow) แสดงโดย ซิลเลียน เมอร์ฟี

นักจิตเภสัชวิทยาที่ทำงานให้กับสถานพักฟื้นอาร์กแฮม เขามักใช้สารพิษชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์หลอนประสาทให้เกิดความกลัว และหน้ากากหุ่นไล่กาของเขา เพื่อข่มขู่คนอื่น ๆ และเพื่อศึกษาความกลัวและโรคที่เกี่ยวกับความกลัวต่าง ๆ

ในการเตรียมตัว ซิลเลียน เมอร์ฟี ผู้แสดง ได้หาหนังสือการ์ตูนที่มีตัวละครสแกร์โครว์มาอ่านหลายเล่ม และนำไปถกเถียงกับโนแลนเพื่อที่จะสร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวละครสแกร์โครว์ในภาพยนตร์ เมอร์ฟีได้อธิบายว่า “ผมไม่ต้องการภาพลักษณ์ของหุ่นไล่กาแบบในเรื่องวอร์เซล กัมมิดจ์ (นิยายเด็กของอังกฤษที่เล่าถึงหุ่นไล่กาที่พูดได้และเดินได้) เพราะสแกร์โครว์ในแบทแมนไม่เก่งในด้านการใช้กำลังเอาเปรียบ เขามีความสนใจในการควบคุมจิตใจและอะไรที่สามารถทำได้นอกจากนั้นมากกว่า”

  • จ่า เจมส์ กอร์ดอน (Sgt. James Gordon) แสดงโดย แกรี โอลด์แมน

หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ฉ้อฉลที่เหลืออยู่ไม่กี่คนในเมืองกอตแทม เขามีสายใยพิเศษกับบรูซ/แบทแมน เพราะเขาเคยปฏิบัติหน้าที่และดูแลบรูซในคืนที่พ่อและแม่ของบรูซถูกฆาตกรรม

แต่เดิมนั้น คริส คูเปอร์ ได้รับเลือกให้มาแสดงในบทบาทนี้ แต่ก็ถูกปฏิเสธไปเพราะเขาต้องการจะใช้เวลากับครอบครัวมากกว่า ส่วนโอลด์แมนนั้น ในช่วงแรก ทางโนแลนต้องการให้เขาแสดงเป็นตัวละครตัวร้าย แต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจให้มาแสดงเป็นตัวละครฝ่ายดีในบทนี้แทน โดยโอลด์แมนถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ในประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่

โอลด์แมนกล่าวถึงการมาแสดงในบทจิม กอร์ดอน ว่า “ผมได้รวบรวมหลักต่าง ๆ ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นคุณค่าของครอบครัว ความกล้าหาญและความเห็นใจ และความตระหนักในเรื่องถูกและผิด ดีและเลว และความยุติธรรม เข้าด้วยกัน และทำมันให้กลายเป็นรูปธรรม” ส่วนโกเยอร์กล่าวถึงโอลด์แมนว่า เขามีส่วนคล้ายกับกอร์ดอนที่วาดโดย เดวิด มัซซุกเกลลี ในหนังสือการ์ตูนแบทแมน : เยียร์วัน อย่างมาก

  • ลูเซียส ฟอกซ์ (Lucius Fox) แสดงโดย มอร์แกน ฟรีแมน

พนักงานระดับสูงของเวย์นเอนเตอร์ไพรซส์ที่ถูกลดชั้นมาทำงานในแผนกวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ที่ซึ่งเขาได้ศึกษาวิจัยทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลและชีวเคมี ฟอกซ์ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณืต่าง ๆ แก่บรูซเพื่อให้สำเร็จภารกิจต่าง ๆ ของแบทแมน หลังจากที่บรูซกลับมาเป็นเจ้าของเวย์นเอนเตอร์ไพรซส์ ฟอกซ์ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท

สำหรับมอร์แกน ฟรีแมน นั้น โกเยอร์ถือว่าเขาเป็นตัวเลือกแรกที่จะให้มารับบทบาทนี้

  • คาร์ไมน์ ฟัลโคนี (Carmine Falcone) แสดงโดย ทอม วิลคินสัน

เจ้าพ่ออาชญากรไร้ความปราณี ผู้ควบคุมสังคมของคนนอกกฎหมายและผู้มีอำนาจหลาย ๆ คนในเมืองกอตแทม

  • วิลเลียม เออรล์ (William Earle) แสดงโดย Rutger Hauer

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไร้ศีลธรรม ผู้ดูแลกิจการของเวย์นเอนเตอร์ไพรซส์ช่วงที่บรูซหายตัวไป

  • ราส์ อัลกูล (ตัวปลอม) แสดงโดย เคน วะตะนะเบะ

ผู้ที่ถูกเฮนรี ดูคาร์ด ว่าจ้างให้แสดงเป็นราส์ อัลกูล แทนเขา เพื่อปกปิดอัตลักษณ์ที่แท้จริงเอาไว้

  • นักสืบอาร์โนลด์ แฟรสส์ (Detective Arnold Flass) แสดงโดย มาร์ก บูน จูเนียร์

ตำรวจฉ้อฉลผู้เป็นคู่หูของกอร์ดอนในกรมตำรวจเมืองกอตแทม เขาทำงานให้ฟัลโคนีในการคุ้มกันการลักลอบขนถ่ายยาเสพติด

  • โทมัส เวย์น (Thomas Wayne) และ มาร์ทา เวย์น (Martha Wayne) แสดงโดย ลินัส รอช และ ซารา สจวต

บิดามารดาที่แสนดีของบรูซ เวย์น ที่ถูกสังหารโดยโจ ชิลล์ เมื่อบรูซอายุได้ 8 ปี

  • โจ ชิลล์ (Joe Chill) แสดงโดย ริชาร์ด เบรก

อาชญากรผู้สังหารบิดามารดาของบรูซ

  • คนไร้บ้าน แสดงโดย Rade Šerbedžija

ชาวเมืองกอตแทมคนสุดท้ายที่พบบรูซก่อนที่เขาจะหนีออกจากเมืองไป และเป็นคนแรกที่ได้เห็นการปรากฏตัวของแบทแมน

แบทแมน อัศวินรัตติกาล (อังกฤษ: The Dark Knight) เป็นภาพยนตร์แนวซูเปอร์ฮีโร่-อาชญากรรม-ระทึกขวัญ และเป็นภาพยนตร์ในชุดแบทแมนลำดับที่ 6 เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 2008 (พ.ศ. 2551) ร่วมอำนวยการสร้าง ร่วมเขียนบทและกำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน นำแสดงโดย คริสเตียน เบล เนื้อหาของแบทแมน อัศวินรัตติกาลจะเป็นการเผชิญหน้ากันของแบทแมนและโจ๊กเกอร์อาชญากรสมองใสที่ทำให้ชาวเมือ

งก๊อธแธมต้องหวาดกลัว นอกจากนั้นยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นฮีโร่ของแบทแมนซึ่งมีเนื้อหาที่ซับซ้อนและผสมดราม่าไว้มากทำให้ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีจากหลายสำนัก ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ครั้งสุดท้ายของ ฮีธ เลดเจอร์ ผู้รับบทเป็นโจ๊กเกอร์ซึ่งเสียชีวิตก่อนที่ภาพยนตร์จะออกฉาย

แบทแมน อัศวินรัตติกาลได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 8 สาขาด้วยกันและได้รับรางวัลมา 2 สาขา ได้แก่ สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม, สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม จาก ฮีธ เลดเจอร์ ดาราผู้ล่วงลับไปก่อนที่ภาพยนตร์ออกฉาย

เนื้อเรื่อง

หลังจากที่แบทแมนร่วมมือกับสารวัตรเจมส์ กอร์ดอน ออกกวาดล้างเหล่าทรชนในเมืองก็อตแธมจนเป็นที่โจษจัน คุณภาพชีวิตเมืองก็อตแธมก็ดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีชาวเมืองบางส่วนที่ไม่ชอบใจกับการกระทำของแบทแมนเพราะดูเหมือนตั้งตนเป็นศาลเตี้ยพิพากษาคนร้าย อย่างไรก็ตาม ก็อตแธมก็ปรากฏวีรบุรษคนใหม่ที่เล่นตามกติกาของบ้านเมืองนั่นคือฮาร์วี่ย์ เดนท์ อัยการหนุ่มไฟแรงที่ไม่เกรงกลัวต่อผู้ร้ายหน้าไหน จนได้รับฉายาว่าเป็น “อัศวินม้าขาวแห่งก็อตแธม” (Gotham White Knight)

ขณะเดียวกันทางฝั่งของแก๊งต่าง ๆ ที่กำลังอยู่ไม่สุขเพราะโดนขัดขวาง ก็มีแผนใหม่ที่จะรับมือกับเหล่าวีรบุรุษ โดยการนำของโจ๊กเกอร์ ชายแต่งหน้าเป็นตัวตลกมีรอยแผลเป็นที่อาสาจะกำจัดแบทแมนให้โดยไม่เลือกวิธีการ โจ๊กเกอร์จัดการก่ออาชญากรรมและวินาศกรรมป่วนไปทั่วเมืองอย่างคาดเดาไม่ได้ และสังหารผู้บริสุทธิ์ไปหลายคนโดยเรียกร้องให้แบทแมนออกมาเผยโฉมหน้าของตัวเอง มิฉะนั้นจะต้องมีคนตายทุกวัน หลังจากหารือกันแล้ว บรูซ เวย์น ตัดสินใจจะเผยตัวจริงของตนเองต่อหน้าสื่อ แต่ฮาร์วี่ย์ เดนท์ กลับชิงแกล้งเผยตัวไปก่อนว่าตนเองคือแบทแมน และยอมโดนจับไปเพื่อให้โจ๊กเกอร์หยุดการก่อเหตุเสีย

แต่โจ๊กเกอร์ก็ได้วางแผนจับตัวเดนท์ไปในระหว่างการส่งตัวเดนท์เข้าสู่ที่คุมขัง แต่นั่นกลับเป็นแผนการของทางแบทแมนและกรมตำรวจเองที่จัดฉากเพื่อล่อโจ๊กเกอร์ออกมาติดกับ อย่างไรก็ตาม โจ๊กเกอร์ก็มีแผนรับมือไว้แล้วโดยการจ้างตำรวจเลวในสถานีตำรวจให้ทำการลักพาตัวเดนท์และราเชล ดอว์ส อดีตคนรักของแบทแมนไปซ่อนไว้ในสถานที่สองแห่ง และอาศัยช่วงที่แบทแมนและตำรวจออกไปช่วยทั้งคู่ ระเบิดสถานีตำรวจหลบหนี

ออกมาได้ ระหว่างนั้นแบทแมนตกลงจะไปช่วยราเชล และให้กอร์ดอนไปช่วยเดนท์ แต่กลับพบว่าโจ๊กเกอร์บอกสถานที่สลับกันเพื่อให้เกิดความสับสนต่อแบทแมน โดยทางตำรวจช่วยราเชลไม่ทันทำให้ราเชลโดนระเบิดเสียชีวิต ส่วนแบทแมนช่วยเดนท์ออกมาได้ แต่เดนท์ก็ถูกไฟไหม้ไปครึ่งตัวเนื่องจากเปื้อนน้ำมันตอนพยายามจะหลบหนีออกมา

เดนท์ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาร่างกายซีกซ้ายที่ถูกไฟไหม้ แต่ก็ปฏิเสธการใช้ยาระงับปวด เพราะต้องการจะรับรู้ความเจ็บปวดของราเชลที่เสียชีวิตไป และทำให้เดนท์เกิดความแค้นต่อกอร์ดอนที่ช่วยราเชลออกมาไม่ได้ เมื่อกอร์ดอนมาเยี่ยมเดนท์ เดนท์ได้ให้กอร์ดอนเอ่ยสมญานามของตนเองสมัยที่ยังทำงานกับกรมตำรวจอยู่กอร์ดอนปฏิเสธแต่ถูกเด้นคาดคั้น จึงยอมพูดถึงนิสัยต่อหน้าและลับหลังไม่เหมือนกันของเดนท์ออกมาว่า

ถูกตำรวจคนอื่นเรียกว่าเป็น “ฮาร์วี่ เดนท์ คนสองหน้า” (Two Face) หลังจากกอร์ดอนกลับไปแล้ว โจ๊กเกอร์ก็ได้เข้ามาหาและกล่อมให้เดนท์แก้แค้นคนที่ทำลายชีวิตของตนเองและราเชลให้สิ้น จากนั้นจึงระเบิดโรงพยาบาลทิ้ง และออกข่าวว่าได้วางระเบิดไว้ในหลายสถานที่ในก็อตแธมแล้ว ใครที่ไม่อยากตายให้ย้ายออกไปให้หมด และส่งข่าวถึงแบทแมนว่าได้วางระเบิดไว้บนเรือสองลำ ลำหนึ่งเป็นเรือขนย้ายนักโทษจากเรือนจำ

และอีกเรือนมีประชาชนผู้อพยพ โดยเรือลำไหนที่กดสวิทซ์ระเบิดเรืออีกลำได้ก่อนก็จะรอด โดยโจ๊กเกอร์มีจุดประสงค์เพื่อให้ชาวเมืองหมดศรัทธาในความดีงามนั่นเอง แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีเรือลำไหนยอมกดระเบิดเลย แบทแมนอาศัยจังหวะที่โจ๊กเกอร์กำลังจะกดสวิทซ์ระเบิดเรือเข้าจับโจ๊กเกอร์ไว้ได้ และพิสูจน์ให้เห็นว่าชาวเมืองยังมีศรัทธาอยู่ โจ๊กเกอร์กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่าเขาจะเป็นคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อของแบทแมนไปตลอดกาล

แต่แบทแมนยังมีภารกิจเหลืออยู่ นั่นคือตามตัวเดนท์ ที่ออกตามแก้แค้นคนที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียของตัวเองทุกคน และสุดท้ายก็ได้จับลูก ๆ ของกอร์ดอนเป็นตัวประกัน โดยในขณะที่เดนท์โยนเหรียญเพื่อตัดสินว่าจะฆ่าหรือไม่ฆ่าลูกของกอร์ดอน แบทแมนได้เข้าแย่งชิงปืนของเดนท์ ทำให้เดนท์ตกจากอาคารเสียชีวิต แบทแมนจึงกำชับกอร์ดอนว่าให้ออกข่าวว่าตนเองเป็นคนฆ่าอาชญากรทั้งหมด รวมทั้งเดนท์ด้วย เพื่อไม่ให้อัศวินม้าขาว

อย่างฮาร์วี่ย์ เดนท์ ต้องแปดเปื้อน และให้ประชาชนชาวก็อตแธมยังมีศรัทธาในกฎหมายอยู่ แม้ตนเองจะต้องถูกตามล่าจากตำรวจหรือถูกประชาชนรังเกียจก็ตาม ในฉากสุดท้าย ลูกชายของกอร์ดอนถามว่า แบทแมนช่วยชีวิตผู้คนไว้ ทำไมต้องถูกตามล่า กอร์ดอนจึงตอบว่าแบทแมนคืออัศวินที่ก็อตแธมต้องมี แต่ยังไม่เป็นที่ต้องการ เขาจึงยอมแบกรับความผิดไว้ และจะเฝ้าคอยดูแลเมืองอยู่ในความมืดมิด ในฐานะของ “อัศวินรัตติกาล” (The Dark Knight)

ตัวละครและนักแสดง

นักแสดงนำ

  • บรูซ เวย์น/แบทแมน แสดงโดย คริสเตียน เบล

มหาเศรษฐีพันล้านแห่งเมืองกอตแทม ผู้ที่คอยปกป้องเมืองอย่างลับ ๆ จากเหล่าร้ายต่าง ๆ ซึ่งเบลได้กลับมารับบทเดิมจาก แบทแมน บีกินส์

  • อัลเฟรด เพนนีเวิร์ท แสดงโดย ไมเคิล เคน

คนรับใช้ประจำตระกูลเวย์นตั้งแต่รุ่นบิดามารดาของบรูซ เวย์น ซึ่งเคนได้กลับมารับบทเดิมจาก แบทแมน บีกินส์

  • โจ๊กเกอร์ แสดงโดย ฮีธ เลดเจอร์

ในการคัดเลือกผู้แสดงเป็นโจ๊กเกอร์ มีนักแสดงหลายคนที่อยากจะแสดงเป็นโจ๊กเกอร์ เช่น พอล เบตตานี, สตึฟ คาเรลล์, โรบิน วิลเลียมส์ เป็นต้น สุดท้าย คริสโตเฟอร์ โนแลน ก็ได้เลือก ฮีธ เลดเจอร์ มาแสดงเป็นโจ๊กเกอร์ โจ๊กเกอร์ เป็นอาชญากรที่มีบุคลิกยิ้มตลอดเวลาเสมือนตัวโจ๊กเกอร์ในเกมไพ่แต่แฝงไปด้วยความชั่วร้ายต่างๆมากมาย ซึ่งก่อนเรื่องนี้เข้าฉาย เลดเจอร์ก็ได้เสียชีวิตลง และจากบทนี้ ทำให้เลดเจอร์ได้รับรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

  • เจมส์ กอร์ดอน แสดงโดย แกรี โอลด์แมน

หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ฉ้อฉลที่เหลืออยู่ไม่กี่คนในเมืองกอตแทม ซึ่งโอลด์แมนได้กลับมารับบทเดิมจาก แบทแมน บีกินส์

  • ฮาร์วีย์ เดนท์/ทูเฟซ รับบทโดย อารอน เอคฮาร์ท

อัยการแห่งเมืองก็อทแธม ซึ่งได้รับฉายาว่า “อัศวินขี่ม้าขาวแห่งเมืองก็อทแธม” ต่อมา ได้ถูกไฟไหม้ครึ่งหน้า และโดนโจ๊กเกอร์ยั่วยุ จนเป็นอาชญากร ซึ่งในการคัดตัวผู้รับบทฮาร์วีย์ มีนักแสดงหลายคนสนใจ แต่สุดท้ายคนที่ได้รับบทก็คือ อารอน เอคฮาร์ท

  • แรเชล ดอว์ส รับบทโดย แมกกี จิลเลนฮอล

เธอเป็นเพื่อนของบรูซ เวย์น ตั้งแต่เด็ก และเคยเป็นแฟนกับบรูซอีกด้วย ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอัยการเขตของเมืองก็อทแธม รวมถึงเป็นแฟนกับ ฮาร์วีย์ เดนท์ อีกด้วย ซึ่งจิลเลนฮอล ได้มารับบทแทน เคที โฮลมส์ ที่รับบทใน แบทแมน บีกินส์

  • ลูเซียส ฟอกซ์ รับบทโดย มอร์แกน ฟรีแมน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เขาได้ศึกษาวิจัยทางด้านวิศวกรรมเครื่องกลและชีวเคมี ฟอกซ์ให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณืต่าง ๆ แก่บรูซเพื่อให้สำเร็จภารกิจต่าง ๆ ของแบทแมน ซึ่งฟรีแมนได้กลับมารับบทเดิมจาก แบทแมน บีกินส์

ตัวประกอบ

  • ซอล มัลโคนี รับบทโดย เอริค โรเบิร์ตส์

เจ้าพ่ออาชญากร มารับช่วงต่อจาก ฟัลโคนี

  • เหลา รับบทโดย ชิน ฮาน

ผู้จัดการเงินสำหรับอาชญากร

  • ดร. โจนาทาน เครน/สแครว์โครว รับบทโดย ซิลเลียน เมอร์ฟี

นักจิตเภสัชวิทยา ปัจจุบันถูกประสาทหลอน ซึ่งเมอร์ฟีได้มาแสดงบทตัวประกอบ หลังจากแสดงใน แบทแมน บีกินส์

 

แบทแมน อัศวินรัตติกาลผงาด (อังกฤษ: The Dark Knight Rises) เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่จากการ์ตูนชุดมนุษย์ค้างคาว มีกำหนดการเข้าฉาย 20 กรกฎาคม ค.ศ. 2012 เป็นภาพยนตร์ภาคที่สาม และภาคสุดท้ายในไตรภาคมนุษย์ค้างคาวที่กำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน ต่อจากภาพยนตร์เรื่องแบทแมน บีกินส์ (Batman Begins, 2005) และแบทแมน อัศวินรัตติกาล (The Dark Knight, 2008) กำกับภาพยนตร์โดย คริสโตเฟอร์ โนแลน เขียนบทโดยตัวโนแลนเองและโจนาธาน ผู้เป็นน้องชาย นำแสดงโดยคริสเตียน เบล, ไมเคิล เคน, แกรี่ โอลด์แมน, และมอร์แกน ฟรีแมน ข้อมูลที่เปิดเผยออกมาระบุว่า เนื้อเรื่องของภาคนี้จะดำเนินต่อจากภาคอัศวินรัตติกาลเป็นเวลา 8 ปี และจะมีตัวร้ายหลักคือเซลีนา ไคล์ และเบน (นำแสดงโดยแอนน์ ฮัทธาเวย์ และทอม ฮาร์ดี้ ตามลำดับ)

เนื้อเรื่อง

แปดปีหลังจากเหตุการณ์ในแบทแมน อัศวินรัตติกาล เมืองก็อทแธมกลายเป็นเมืองที่สงบ ด้วยอำนาจจากกฎหมายเดนท์ ทำให้ผู้บัญชาการตำรวจเจมส์ กอร์ดอนสามารถกำจัดองค์กรอาชญากรรมและอาชญากรรมที่รุนแรงได้ หากแต่กอร์ดอนยังคงรู้สึกผิดกับการปกปิดสิ่งที่ฮาร์วีย์ เดนท์เคยทำ เขาตั้งใจที่จะเปิดเผยแผนการปกปิดในงานเลี้ยงที่จัดเพื่อเป็นเกียรติกับเดนท์ แต่ตัดสินใจที่จะยังไม่บอกเพราะคิดว่าเมืองนี้ยังไม่พร้อมจะรับรู้ความ

จริง ระหว่างการติดตามเบาะแสคดีลักพักตัว ส.ส. จากงานเลี้ยงก่อนหน้า กอร์ดอนถูกลูกน้องของเบนจับตัว สุนทรพจน์ที่กอร์ดอนเตรียมไว้เพื่อเปิดเผยความจริงจึงตกไปอยู่ในมือของเบน เขาสามารถหนีมาได้แต่ถูกยิง ขณะอยู่ในโรงพยาบาล กอร์ดอนเลื่อนขั้นให้เจ้าหน้าที่สายตรวจจอห์น เบลคขึ้นเป็นนักสืบ และให้เบลครายงานขึ้นตรงต่อเขา

ในเวลาที่แบทแมนหายตัวไปจากเมืองก็อทแธม บรูซ เวย์นก็หายตัวไปเช่นกัน โดยขังตัวเองอยู่ในคฤหาสน์เวย์น เวย์นเอนเตอร์ไพร์ซกำลังตกอยู่ในภาวะถดถอยหลังจากที่เขาลงทุนไปในโครงการพลังงานสะอาดของมิแรนดา เทต ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้กำเนิดพลังงานฟิวชัน แต่บรูซตัดสินใจปิดโครงการลงเนื่องจากได้ยินมาว่าแกนของเตาปฏิกรณ์สามารถถูกนำไปดัดแปลงกลายเป็นอาวุธนิวเคลียร์ได้ เบลค ผู้สามารถอนุมานตัวตนที่แท้จริง

ของแบทแมน และกอร์ดอนต่างก็เรียกร้องให้แบทแมนกลับมา แต่อัลเฟรด เพนนีเวิร์ธ พ่อบ้านประจำตระกูลเวย์น คัดค้านเรื่องนี้เนื่องจากเป็นห่วงอนาคตของบรูซ และเมื่อบรูซตัดสินใจกลับไปเป็นแบทแมนเต็มตัว ก็ตัดสินใจลาออก

เบนกับพรรคพวกบุกตลาดหุ้นเพื่อสวมรอยเป็นบรูซ และใช้สินทรัพย์ทั้งหมดของบรูซลงทุนในหุ้นสุ่มเสี่ยง ทำให้บรูซล้มละลายและเสียตำแหน่งบริหารในเวย์นเอนเตอร์ไพร์ซไป บรูซสันนิษฐานได้อย่างถูกต้องว่า จอห์น แด็คเกตต์ สมาชิกคณะกรรมการบริษัท ได้ว่าจ้างเบนให้ทำการเช่นนี้เพื่อยึดอำนาจของเขา เขาจึงมอบอำนาจทั้งหมดในมิแรนดา เทตก่อนที่จะตกถึงมือของแด็กเกตต์ แด็กเกตต์ที่ถูกตลบหลังจึงแสดงความไม่พอใจต่อเบน หารู้ไม่ว่าเบนมีแผนการอื่น เบนจึงฆ่าแด็คเกตต์ทิ้งเสียเพื่อใช้ทรัพยากรของแด็คเกตต์

แบทแมนตามรอยเซลีนา ไคล์ หัวขโมยตีนแมวไปหาเบน เขาเผชิญหน้ากับเบน ที่บอกว่าตัวเองเป็นหัวหน้าของพันธมิตรแห่งเงาตั้งแต่ตอนที่ราซ อัล กูลตาย เบนเปิดเผยว่าเขากำลังใช้บริษัทก่อสร้างของแด็คเกตต์ในการปล้นแผนกวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ซึ่งเป็นที่รวบรวมอุปกรณ์ไฮเทคของแบทแมน แบทแมนกับเบนสู้กัน โดยเบนสามารถเอาชนะแบทแมน และทำการหักสันหลังของแบทแมน ก่อนจะนำเขาไปขังคุกที่ว่ากันว่าไม่มีใครเคยหลบหนีออกไปได้ ยกเว้นเด็กคนหนึ่งที่ถูกขับดันด้วยความจำเป็น และความมุมานะอย่างมาก

เบนล่อตำรวจแทบทั้งหมดในเมืองก็อทแธมลงใต้ดิน ก่อนที่จะกดระเบิดที่ถูกติดตั้งไว้ทั่วเมือง ทำให้ตำรวจเกือบทั้งหมดต้องติดอยู่ใต้ดิน เปลี่ยนเมืองก็อทแธมที่เคยสงบให้กลายเป็นเมืองปกครองตนเองที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว เบนขู่ว่าถ้ามีใครพยายามจะออกจากเมือง เขาจะกดระเบิดแกนฟิวชั่น ต่อมาเบนก็เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับฮาร์วีย์ เดนท์ ตามมาด้วยการปล่อยนักโทษทั้งหมดออกมาจากเรือนจำแบล็คเกต คนรวยและผู้มีอำนาจถูกจับ

ตัวไปให้โจนาธาน เครน (จากแบทแมน บีกินส์) พิพากษา ระหว่างนั้นรัฐบาลพยายามที่จะลักลอบส่งหน่วยรบพิเศษเข้ามาในเมืองแต่ก็ล้มเหลว จึงทำการปิดล้อมเมืองก็อทแธม เมืองทั้งเมืองจึงตกอยู่ในความวุ่นวายไร้ขื่อแป

ในขณะเดียวกัน เวย์นฟื้นตัวขึ้นมาจากอาการบาดเจ็บ และฝึนฝนตนเองเพื่อกลับมาเป็นแบทแมนอีกครั้ง เขาหนีออกจากคุกได้สำเร็จ หลังจากพยายามมาหลายครั้ง และมุ่งหน้ากลับไปยังก็อทแธม โดยเกณฑ์ไคล์, เบลค, เทต, กอร์ดอน และลูเซียส ฟอกซ์มาร่วมช่วยเหลือการปลดปล่อยเมือง และหยุดการระเบิดของแกนฟิวชั่น ที่ใกล้จะเสื่อมสภาพและจะระเบิดในอีกไม่กี่ชั่วโมง แบทแมนปลดปล่อยตำรวจออกมาจากใต้ดินและเผชิญหน้ากับ

เบนอีกครั้ง คราวนี้แบทแมนสามารถเอาชนะเบนได้ แต่เทตกลับแทงแบทแมน และเปิดเผยว่าตัวเองคือทาเลีย อัล กูล ลูกสาวของราซ อัล กูล และบอกกับแบทแมนว่าเธอเองที่เป็นคนสามารถหนีออกจากคุกมาได้ ก่อนที่จะกลับไปหาพ่อของเธอและกลับไปพร้อมกับพันธมิตรแห่งเงาเพื่อช่วยเบน ซึ่งเป็นคนที่ช่วยให้เธอหนีออกมาได้ เธอวางแผนที่จะสานต่อแผนการของพ่อให้เสร็จด้วยการทำลายล้างก็อทแธมและแก้แค้นความตายของพ่อที่แบทแมนเป็นคนก่อ

กอร์ดอนสามารถสกัดกั้นสัญญาณรีโมตระเบิดจากระยะไกลไว้ได้ ในขณะที่ไคล์สามารถช่วยชีวิตแบทแมนไว้ได้ด้วยการฆ่าเบน แบทแมนจึงทำการไล่ล่าทาเลีย โดยพยายามต้อนเธอให้พาระเบิดกลับไปยังเตาปฏิกรณ์ ซึ่งจะทำให้แกนฟิวชั่นกลับมาเสถียร แต่ก่อนที่จะทำได้ เธอก็ปล่อยน้ำเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ เธอเสียชีวิตลงเมื่อรถบรรทุกระเบิดพลิกคว่ำ แต่ก่อนตายเธอพูดกับแบทแมนอย่างมั่นใจว่าไม่มีทางหยุดระเบิดได้อีกแล้ว หากแต่แบ

ทแมน ใช้ยานเดอะแบท (ประดิษฐ์โดยลูเซียส ฟอกซ์) พาระเบิดออกไปยังอ่าวก็อทแธม พ้นจากรัศมีของเมือง แล้วแกนฟิวชั่นก็ระเบิดออกกลางมหาสมุทร

ใครๆ ก็คิดว่าแบทแมนตายจากวีรกรรมครั้งนี้ แบทแมนจึงถูกยกย่องเป็นวีรบุรุษ ในขณะที่คนสันนิษฐานว่าบรูซ เวย์นคงจะเสียชีวิตระหว่างเกิดเหตุจลาจล ฟ็อกซ์พยายามจะแก้ไขข้อบกพร่องในระบบนักบินอัตโนมติของยาน แต่พบว่าบรูซแก้ไขมันไปแล้วหกเดือนก่อนหน้า ในตอนท้าย อัลเฟรดเห็นเวย์นกับไคล์อยู่ด้วยกันที่ร้านกาแฟในอิตาลี ในขณะที่พินัยกรรมของบรูซระบุให้เบลค ซึ่งมีชื่อหน้าที่แท้จริงว่า “โรบิน” ได้รับถ้ำค้างคาวเป็นมรดกตกทอด

นักแสดง

  • คริสเตียน เบล เป็น บรูซ เวย์น/แบทแมน
  • ทอม ฮาร์ดี เป็น เบน:
  • แอนน์ แฮททาเวย์ เป็น เซลีนา ไคล์/แคตวูแมน:
  • โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิตต์ เป็น จอห์น เบลค:โรบิน
  • ไมเคิล เคน เป็น อัลเฟรด เพนนีเวิร์ธ:
  • แกรี โอลด์แมน เป็น ผู้บัญชาการกอร์ดอน:
  • มอร์แกน ฟรีแมน เป็น ลูเซียส ฟ๊อกซ์:
  • มารียง กอตียาร์ เป็น มิแรนดา เทต/ทาเลีย อัล กูล:

No Comments, Be The First!

Your email address will not be published.