Altered Carbon : Resleeved ภาคแยกที่เหมาะกับคนที่ดูซีรีส์มาก่อนแล้ว

Altered Carbon

Altered Carbon

Altered Carbon : Resleeved ภาคแยกที่เหมาะกับคนที่ดูซีรีส์มาก่อนแล้ว โดยมีทหารซีแท็กเข้ามาสังเกตการณ์ความวุ่นวายนี้อยู่เช่นกัน ณ ดาวเคราะห์ลาติเมอร์ ทาเคชิ โคแวกส์ ต้องรับภารกิจปกป้อง ฮอลลี่ ช่างสักสาวที่มีหน้าที่สำคัญในพิธีสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าแก๊งยากูซ่า ซึ่งในขณะนี้กลายเป็นเป้าสังหารของกลุ่มปริศนาที่รายล้อมด้วยความขัดแย้งในแก๊งและความพยายามยับยั้งพิธีสืบอำนาจ

เป็นแอนิเมชันที่ใช้เทคนิคภาพสะดุดตาอีกเรื่องหนึ่งสำหรับ Altered Carbon: Resleeved ที่ถือเป็นหนังภาคแยกของซีรีส์ไซไฟทางเน็ตฟลิกซ์อย่าง Altered Carbon ที่มี 2 ซีซันมาแล้ว ซึ่งถ้าใครเล่นเกมอย่าง Street Fighter V ก็น่าจะรู้สึกว่าแอนิเมชันเรื่องนี้คล้ายเกมนั้นมาก ทั้งสีหน้าท่าทางตลอดจนเทคนิคภาพโมเดล 3 มิติต่าง ๆ ทั้งนี้ก็เพราะสองผู้กำกับอย่าง นากาจิมะ ทาเครุ และ โอกาดะ โยชิยูกิ นั้นเป็นแอนิเมเตอร์ที่โตมาจากสายงานเกม โดยผลงานที่ทั้งคู่ทำร่วมกันมาก่อนหน้านี้ก็คือฉากเล่าเรื่องของเกม Fire Emblem: Fates นั่นเอง ซึ่งการตัดสินใจใช้เทคนิคภาพแบบนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือตื่นตาแปลกใหม่พอสมควรกับแอนิเมชันที่จะฉูดฉาดเป็นคอมิกสไตล์ที่สวยมาก ๆ ส่วนข้อเสียก็คือมันเปิดช่องให้มีพวกสีหน้าแบบโอเวอร์แอ็กติงได้เยอะและท่วงท่าการเดินพวกฉากพื้นฐานที่ไม่ใช่ฉากต่อสู้ มันก็จะดูแข็ง ๆ อยู่เหมือนกัน

มาว่าที่เนื้อเรื่องก็ต้องบอกว่าน่าจะเหมาะกับคนที่ดูซีรีส์ซีซันแรกเป็นอย่างน้อยจบมาแล้ว (ทางที่ดีคือควรดูจบทั้ง 2 ซีซันมาก่อน) เพราะนอกจาก ทาเคชิ โคแวกส์ ที่เป็นพระเอกประจำซีรีส์จะถูกนำมาใช้แบบไม่ปูประวัติกันให้เสียเวลาอีกต่อไปแล้ว เนื้อหายังเป็นช่วงการคาบเกี่ยวสำคัญถ้าเข้าใจถูกต้องนี่คือช่วงเวลาหลังจากโคแวกส์หนีตายจากสงครามสตรองโฮลด์ที่พวกเอนวอยตายกันหมดส่งผลให้เขาเป็นทหารเอนวอยคนสุดท้าย และก่อนที่เขาจะถูกทหารซีแทคตามล่าถอดเปลือกหรือสลีฟของเขาออกอันเป็นจุดเริ่มของตอนแรกในซีซัน 1 ด้วย ทั้งนี้ที่ต้องบอกว่าถ้าเข้าใจถูกก็เพราะว่ามันมีจุดไม่สมเหตุสมผลอยู่นิดหน่อยตรงที่หากเป็นเนื้อเรื่องในช่วงนี้รูปลักษณ์ของโคแวกส์ในแอนิเมชันนี้ควรคล้ายกับร่างดั้งเดิมที่เป็นชายเอเชียผอมผมยาวประบ่า แต่ในแอนิเมชันนี้กลับเป็นร่างที่ดูคล้ายเปลือกที่เขาสวมในซีรีส์ซีซันแรกเสียมากกว่า จะว่าถูกปลุกมาใส่สลีฟนี้เป็นการเฉพาะช่วงเวลาก็จะไม่ตรงกับฉากเริ่มในซีซันแรกที่เป็นเปลือกดั้งเดิมของโคแวกส์ด้วย เพราะในแอนิเมชันนี้บอกเล่าว่าเขาสวมเปลือกนี้ไปยาว ๆ เลยด้วย

เอาเป็นว่ามองข้ามตรงนั้นไป เราก็จะเห็นว่าคนเขียนบทอย่าง ซาโต้ ได ที่เคยเขียนบทหนัง Casshern (2004) สามารถหยิบจับช่วงเวลาที่ซีรีส์ยังไม่ได้พูดถึงมาใช้ได้ฉลาดดี โดยเฉพาะการเชื่อมโยงไปถึงแก๊งยากูซ่าของทานาเซดะ ฮิเดกิ ที่มีบทบาทสำคัญในซีรีส์ซีซันสองด้วยนั้น ก็ช่วยเติมเต็มเรื่องราวให้ซีรีส์ได้อิ่มขึ้นด้วย และสำหรับเนื้อเรื่องเฉพาะในแอนิเมชันนี้เองก็ดึงข้อเด่นในเรื่องสแตกกับสลีฟ หรือจิตกับเปลือกในลักษณะ รู้หน้าไม่รู้ใจ ได้อย่างดี ทั้งยังเสริมลูกล่อลูกชนในส่วนของกลุ่มต่าง ๆ ที่เข้ามาพัวพันกับพิธีสืบทอดตำแหน่งได้สนุกทั้งทหารซีแทกและกลุ่มทรยศในแก๊งยากูซ่าเอง ที่พีกสุดคงต้องยกให้ความกล้าในการใช้ตัวละครตัวเด่นของซีรีส์มาปรากฏตัวในแอนิเมชันแบบที่คนดูได้ช็อกเลยทีเดียว

Altered  อัลเทอร์ด คาร์บอน เป็นซีรีส์ไซไฟโลกอนาคตแนวไซเบอร์พังค์ สร้างโดย Laeta Kalagridis ซึ่งดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกันของนักเขียนชาวอังกฤษ Richard K. Morgan ซึ่งได้ฉายลงในสตรีมมิ่ง Netflix เป็นครั้งแรกในปี 2018 และก็ได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกพอสมควร แล้วจึงมีการทำซีซัน 2 ออกมาพร้อมกับมีการเปลี่ยนตัวนักแสดงนำในบท ทาเคชิ โคแวช จาก โจเอล คินนาแมน มาเป็น แอนโธที แม็คกี

จากนั้นจึงตามมาด้วย ฉบับภาพยนตร์อนิเมชั่นที่เข้าฉายแล้วใน Netflix โดยเป็นทีมสร้างจากญี่ปุ่น ที่ดูเหมือนว่าจะตีความเรื่องราวในอัลเทอร์ดคาร์บอนออกมาได้น่าสนใจมาก แถมยังวางเซตติ้งของเรื่องได้ดี จนอดคิดไม่ได้ว่า ซีรีส์เรื่องนี้อาจจะเหมาะทำอนิเมชั่นในระยะยาวก็เป็นได้

ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องดูซีรีส์มาก่อน สามารถดูอนิเมชั่นเรื่องนี้ได้เลยครับ เพราะเนื้อหาถูกแยกออกมาเป็นเอกเทศ ไม่เกี่ยวข้องกันมากนัก แม้จะมีการวาง Easter Egg ไว้สำหรับคนที่ดูซีรีส์มาแล้วก็ตาม แต่คนที่ไม่เคยดูก็ไม่งงมากนัก แถมยังอาจจะทำให้อยากไปดูแบบหนังซีรีส์ต่อด้วย

Altered  จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโลกในยุคอนาคตอันไกลโพ้น ที่มนุษย์แทบจะสามารถเอาชนะความตายด้วยการถ่ายทอดข้อมูลและความทรงจำของตนเองลงบนสแต็ก แล้วสามารถใช้ร่างกายใหม่ในฐานะเปลือก ทำให้มนุษย์ที่มีฐานะร่ำรวย เป็นชนชั้นสูงแทบจะเป็นอมตะ และหาทางรักษาประโยชน์ของพวกตนไว้

ส่วนเรื่องราวในฉบับอนิเมะ ก็เป็นพล็อตเรียบง่าย เมื่อตัวเอกของซีรีส์ชุดนี้คือ ทาเคชิ โคแวช ถูกส่งจิตข้ามดวงดาวแล้วมาใช้ร่างเปลือกใหม่ ซึ่งเขาถูกว่าจ้างโดยหัวหน้ายากูซ่าคนสำคัญอย่าง ทานาซเดะ ฮิเดกิ ให้ตามคุ้มครองเด็กสาวนักสักคนหนึ่งที่ชื่อ ฮอลลี่ ซึ่งเชื่อว่ามีความสำคัญในพิธีเปลี่ยนผ่านผู้นำขององค์กรยากูซ่ามิซุโมโตะ ซึ่งผู้นำกลุ่มคือน้องชายของเขา

ในขณะที่ฮอลลี่ก็ถูกตามล่าโดยกลุ่มนินจาปริศนา แล้วยังมีหญิงสาวหน่วยรบพิเศษอีกคนคือ จีน่า ที่ได้รับคำสั่งให้เข้ามาติดตามคดีนี้ด้วย ทั้งสองจึงต้องช่วยเหลือคุ้มกันฮอลลี่จากการตามล่าของกลุ่มนินจามือสังหาร และต้องสืบหาความจริงของการชิงอำนาจกันในกลุ่มยากูซ่า ว่าแท้จริงแล้วมีอะไรอยู่เบื้องหลัง

จุดที่ภาพยนตร์อนิเมชั่น ทำไว้ได้ดี ชนิดดีเกินคาดมาก ก็คือฉากแอ็กชั่น แนวเลือดสาดที่แทบจะมาทุก 10 นาที แถมทำได้ดีด้วย พูดตรงๆคือฉากแอ็กชั่นทำได้สะใจกว่าซีซัน 2 ด้วยซ้ำ แถมนี่เป็นครั้งแรกที่คนดูจะได้เห็น ทาเคชิ บู๊ได้โหดดิบและโชว์ความเก่งในฐานะอดีตเอนวอยคนสุดท้ายให้สมกับบทบาทหน่อย เรียกว่าเป็นการเซอร์วิสคนดูแบบเต็มอิ่มไปเลย

ในด้าน CG ก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม รวมถึงลักษณะของลายเส้น ที่ผสมผสานกับการตัดเส้นเงาราวกับภาพวาดพู่กัน มีเอกลักษณ์มาก รวมถึงการเคลื่อนไหวของตัวละครและภาพกราฟฟิกที่ทำได้ดีมาก ขนาดฉากสูบบุหรี่ แล้วมีควันออกมายังทำซะสมจริงเลย

แล้วก็ต้องยอมรับเลยว่า มีอยู่จุดหนึ่งที่ทีมสร้างอนิเมชั่นขยายเรื่องได้ดีมากก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของ ทาเคชิ และ เรลลีน ที่ในซีซันแรกเอามาเป็นปมใหญ่ชนิดที่ว่าเป็นปมหลักของเรื่องเลยก็ว่าได้ แต่ก็เป็นการผูกปมในแง่ที่ทำให้ความรักของเรลลีนส่งผลไปทางสายดาร์กมากกว่า

แต่การกลับมาคราวนี้ ฝั่งอนิเมชั่นของญี่ปุ่นเลือกที่จะนำเสนอความรักที่เรลลีนมีต่อทาเคชิในแง่บวก และทำให้เราได้เห็นว่า ที่จริงตัวละครนี้ก็ไม่ใช่คนเลวหรือคนเห็นแก่ตัวอะไรนักหนา จากบทบาทที่แสดงผ่านออกมาในเรื่องว่าเธอก็มีความเห็นใจให้กับฮอลลี่เหมือนกัน

สำหรับจุดหนึ่งที่เหมือนจะกลายเป็นจุดขายของ Altered ปแล้วหรือเปล่า ก็คือบทของตัวละครเอไอ ที่มักจะขโมยซีนสำคัญๆในเรื่อง แบบที่ในซีรีส์เองก็มี โพ เป็นตัวขโมยซีนที่โดดเด่น ส่วนในฉบับอนิเมชั่นก็มีหุ่นเอไอคือ โอไก ที่ออกมาขโมยซีนได้อย่างสุดยอดเช่นกัน

ส่วนปมปริศนาในเรื่องก็ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไรมากนัก คือถ้าดูซีรีส์เรื่องนี้มาก่อน จะพอเดาทางได้ว่าใครคือผู้ร้ายตัวจริง และแรงจูงใจคืออะไร ซึ่งก็เป็นประเด็นที่ตัวซีรีส์เล่นมาตลอดเกี่ยวกับความโลภของมนุษย์ และการเปลี่ยนถ่ายสแต็กไปเรื่อยๆ เพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้ให้เป็นอมตะที่สุด

ในภาพรวมแล้ว เป็นงานภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ก็ไม่ได้ยาวมากนัก แค่ประมาณ 1.14 นาที แต่ก็เป็นการขยายจักรวาลของ Altered  ให้เข้าสู่โลกของอนิเมชั่นได้อย่างสมศักดิ์ศรี ซึ่งทำออกมาแล้วสนุกกว่าซีรีส์ในซีซัน 2 เสียอีก คาดว่าในอนาคตก็น่าจะมีการต่อยอดออกมาได้อีก ซึ่งแนวไซไฟแบบแอ็กชั่นดาร์กไซเบอร์พังก์ก็เป็นของถนัดของอนิเมญี่ปุ่นอยู่แล้วเหมือนกัน

ส่วนทิศทางต่อไป ก็มีจุดน่าสนใจว่า “จักรวาลซีรีส์กับอนิเมชั่น จะแยกเรื่องราวออกจากกันหรือเปล่า” เพราะมีบางจุดที่ไม่เหมือนกันอยู่พอสมควร โดยเฉพาะคาแรคเตอร์ของตัวละครบางตัวที่ทางทีมสร้างอนิเมชั่นดูเหมือนตีความแตกต่างไปจากในซีรีส์ทั้งสองซีซัน

สรุปแล้ว Altered เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นของ Netflix ที่ทำออกมาได้สนุก ตอบโจทย์ แถมช่วยเติมเต็มในสิ่งที่แฟนๆซีรีส์น่าจะอยากเห็นในซีรีส์ซีซัน 2 ได้ดีขึ้นกว่าเดิม Altered Carbon : Resleeved 

No Comments, Be The First!

Your email address will not be published.