ภาพยนตร์เรื่อง Transformers

Transformers

Transformers

Transformers เป็นหุ่นยนต์ต่างดาวของเล่นยอดนิยมยี่ห้อ TAKARA TOMY (ในประเทศอเมริกา ผลิตและจัดจำหน่ายโดยฮาสโบร (Hasbro)) ก่อนจะถูกเขียนเป็นเรื่องราวที่มีชีวิตขึ้นมาที่กล่าวถึง ทรานส์ฟอร์มเมอร์สเป็นสปีชีส์ของสิ่งของที่สามารถรับรู้ความรู้สึกได้ เกิดมาจากสปีชีส์ทั่วไปที่สามารถเปลี่ยนร่างได้ เพื่อเปลี่ยนร่างกาย จัดการส่วนประกอบจากโหมดหุ่นยนต์พื้นฐาน (ลักษณะเหมือนมนุษย์) ไปเป็นอีกร่างหนึ่ง เช่น ยานพาหนะ อาวุธ เครื่องจักร หรือสัตว์ ความสามารถในการแปลงร่างเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวของสิ่งมีชีวิตในสปีชีส์นี้ การแปลงร่างช่วงสงครามซึ่งถูกนำมาใช้โดยส่วนใหญ่ของประชากร สิ่งมีชีวิตนี้ถือกำเนิดจากโลกเครื่องจักรกลที่อยู่ไกลมากเรียกว่า “ไซเบอร์ตรอน” (Cybertron)

แม้ว่าทรานส์ฟอร์มเมอร์สเป็นคำธรรมดาที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ยังมีคำอื่นอีก โดยหลักๆ คือ ไซเบอร์ตรอน ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตซึ่งร่องรอยการกำเนิดกลับไปยังดาวเคราะห์ (คำที่ใช้เรียกสิ่งมีชีวิตนี้บ่อยๆคือ ไซเบอร์ตรอเนี่ยน)

เรื่องราวของชีวิตเหล่านี้ ประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามถูกบันทึกไว้เป็นเรื่องราวต่อมาในบทประพันธ์อย่างมากมาย เช่น ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส: จี1 (Transformers: G1) เป็นชื่อของทั้งการ์ตูนชุดทางโทรทัศน์ เดอะทรานส์ฟอร์มเมอร์ส (The Transformers) และหนังสือการ์ตูนชุดของมาร์เวลคอมิกส์ (Marvel Comics) ที่ใช้ชื่อเดียว ซึ่งแบ่งเพิ่มเติมเป็นภาษาญี่ปุ่นและส่วนย่อยภาษาอังกฤษตามลำดับ เรื่องถัดมา เช่น หนังสือการ์ตูนเจเนเรชั่น 2 (Generation 2) และการ์ตูนชุดทางโทรทัศน์บีสท์วอร์ส ซึ่งเป็นจักรวาลขนาดเล็กของตนเอง ตัวละครเจเนเรชั่น 1 ( Generation 1) ได้รับการทำใหม่ 2 ครั้ง กับดรีมเวฟ (Dreamwave) ใน ค.ศ. 2002 และสำนักพิมพ์ไอดีดับบลิว (IDW Publishing) ในปี ค.ศ. 2006

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวที่เกิดในยุค 2000 ขึ้นอีก 4 ภาค ได้แก่ ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส คาร์โรบ็อต , ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ตำนานไมครอน , ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ซูเปอร์ลิงก์ และ ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส กาแล็คซี่ ฟอร์ซ

จากการออกฉายของฉบับภาพยนตร์คนแสดงในปี 2007 และผลสืบเนื่องจากการเปิดตัวในปี 2009 ชัดเจนขึ้นจากการเกิดครั้งก่อน ในขณะที่ซีรีส์ Transformers Animated ผสมผสานแนวคิดจากเนื้อเรื่องภาคต่อของ จี 1 (G1) และภาพยนตร์ในปี 2007

ประวัติ

กำเนิด

ต้นกำเนิดของ Transformers เกิดปี ค.ศ. 1972 ที่บริษัท Takara (ปัจจุบันคือ Takara Tomy) เริ่มออกของเล่นชุด ไมโครแมน ในญี่ปุ่น ของเล่นในชุดนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหุ่นฟิกเกอร์และก็ได้รับความนิยมอย่างมาก จนในปี 1980 Takara ได้พัฒนาของเล่นชุดนี้เป็น New Microman พร้อมทั้งออกของเล่นชุดใหม่คือชุด Diaclone ที่จะเน้นไปที่หุ่นยนต์อย่างเดียว จนกระทั่งปี 1982 Takara จึงเริ่มออกของเล่นหุ่นยนต์แปลงร่างจากยานพาหนะในโลกของความเป็นจริงออกมา ทั้งชุด ไมโครแมน และชุด Diaclone พร้อมๆกัน หลังจากนั้นบริษัท Hasbro ของสหรัฐอเมริกาก็ได้ทำการนำ Diaclone ไปขายในสหรัฐอเมริกาในชื่อ Transformers และกลับมาขายในญี่ปุ่น จนเกิดคดีความฟ้องร้องขึ้นมาเรื่องการมีสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายและเจ้าของลิขสิทธิ์ของทรานส์ฟอร์มเมอร์สขึ้นมา เนื่องจาก Hasbro ได้ทำการช่วงชิงการจดลิขสิทธิ์ ทรานส์ฟอร์มเมอร์สไปก่อนผู้ให้กำเนิดอย่างTAKARA ทำให้เกิดการฟ้องร้องขึ้นมา โดยสุดท้ายแล้ว สิทธิ์ในการจัดจำหน่ายของทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ในญี่ปุ่น คือ TAKARA ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริงและบิดาผู้ให้กำเนิดทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ส่วนHasbro ได้รับสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายทรานส์ฟอร์มเมอร์สทั่วโลก (ยกเว้นญี่ปุ่น) ในระหว่างนั้นHasbro ได้ประกาศให้ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ทำเป็นแอนิเมชันฉายทางโทรทัศน์โดยร่วมมือบริษัท มาร์เวล คอมมิค (ซึ่งเป็นเจ้าแรกในการทำหนังสือการ์ตูนชุดนี้) และบริษัท โตเอะ แอนิเมชัน ของญี่ปุ่น ฉายครั้งแรกในปี 1983 ที่อเมริกาทั้งหมด 13 ตอน จุดประสงค์คือเป็นการ์ตูนโฆษณาขายของเล่นแต่ไม่ประสบความสำเร็จ Transformers กลับมาอีกครั้ง ในปี 1984 โดยใช้สโลแกน “More Than Meets The Eye” และลองมาคือ “Robot in Desguise” ประสบความสำเร็จแบบถล่มทลาย ทาง Hasbro จึงทำแอนิเมชันภาคต่อเป็น Season 2 โดยแบ่งเป็น 3 ทีมงานใหญ่ๆคือ ทีมอเมริกา แอนิเมชันถูกผลิตขึ้นโดยบริษัทSunbow และ ทีมญี่ปุ่นโดยบริษัทToei และทีมเกาหลีโดยบริษัทแอนิเมชันโนเนม เพื่อที่จะกระจายงานผลิตตแอนิเมชันให้เร็วยิ่งขึ้นทำให้ภาพบางตอนในการ์ตูน เรื่องนี้แย่ถึงแย่มากโดยในซีซั่น 2 ของเรื่องนี้ถูกจัดว่าเป็นงานเผามากเพราะเนื้อเรื่องไม่เชื่อมกับตอนที่ฉาย และการปรากฏตัวของตัวละครใหม่ๆโดยไม่ได้บอกที่มาที่ไป เป็นเพราะการกระจายงานให้หลายทีมงานทำ ทำให้ความเข้าใจในเรื่องไม่ตรงกัน (สังเกตได้จากแอนิเมชันซึ่งถ้าตอนไหนภาพ ไม่ผิดเพี้ยนวาดหุ่นได้สวยจะเป็นทีมญี่ปุ่นทำแต่ถ้าภาพแย่และการเคลื่อนไหว ผิดพลาดบ่อยๆจะเป็นฝีมือของทีมอเมริกาและเกาหลี) Transformers ฉายที่ญี่ปุ่นครั้งแรกในปี 1985 โดยใช้ชื่อใหม่ว่า Fight! Super Robot Lifeform Transformers (戦え! 超ロボット生命体 トランスフォーマ Tatakae! Ch? Robotto Seimeitai Transformers) ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งแอนิเมชันและของเล่น ในปีนั้น Takara จึงตัดสินใจยกเลิกการผลิต Diaclone และแยก ไมโครแมน ออกไปเป็นซีรีส์ของตนเอง รวมไปถึงดำเนินการผลิตของเล่นหุ่นยนต์แปลงร่างในชื่อ Transformers จนถึงปัจจุบัน

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาล

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาล (อังกฤษ: Transformers) เป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ในประเทศไทย กำกับโดยไมเคิล เบย์ นำแสดงโดย ไชอา ลาบัฟ, ไทรีส กิ๊บสัน, จอช ดูฮาเมล,แอนโธนี่ แอนเดอร์สัน, มีแกน ฟ็อกซ์, เรเชล เทย์เลอร์, จอห์น เทอร์เทอร์โร่, จอน วอยต์, เควิน ดันน์, ไมเคิล โอนีลล์, จูลี่ ไวต์, อเมารี โนลาสโก

เรื่องย่อ

สองสายพันธุ์ชีวจักรกลผู้ทรงภูมิทั้งสองฝ่ายอย่าง ออโต้บอทส์ (Autobots) และ ดีเซปติคอนส์ (Decepticons) ได้ทำศึกสงครามานานหลายศตวรรษ และเมื่อสงครามนี้มาถึงโลก แซม วิทวิคกี้ (ไชอา เลอบัฟ) เด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ คนหนึ่ง ซึ่งได้รถเชฟโรเลต คาเมโร่ (Chevrolet Camaro) ปี 1976 ที่พ่อของเขาตกลงซื้อให้ แซมจึงจำใจรับไว้ จนกระทั่งวันหนึ่ง สาวที่เสน่ห์แรงที่สุดในโรงเรียนอย่าง มิเคล่า (มีแกน ฟ็อกซ์) ต้องการคนขับรถไปส่งเธอที่บ้าน แซมไม่อาจบอกปัดได้ และเจ้ารถคาเมโร่คันดังกล่าว ได้พาเขาทั้งสองคนเดินทางไปด้วยกัน รถคาเมโร่ของพวกเขา จนกระทั่งวันหนึ่ง รถคันนั้นได้กลายร่างเป็นหุ่นยนต์ยักษ์อีกตัว ต่อหน้าต่อตาพวกเขา แซมและมิเคลล่า ที่ได้รับความช่วยเหลือจากหุ่นยนต์ยักษ์สีเหลืองตัวนั้น จากนั้นไม่นานรถอีกหลายคันก็มารวมกลุ่มกับพวกเขา และค่อยแปลงเป็นหุ่นยนต์ยักษ์ และได้อธิบายกับพวกเขาว่า พวกเขาคือหุ่นยนต์ฝ่ายออโต้บอทส์ ซึ่งเดินทางมาจากดาวเคราะห์นามว่า ไซเบอร์ทรอน โดยพวกเขาเดินทางมายังโลกมนุษย์เพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหา ออลสปาร์ค ซึ่งเป็นแหล่งพลังชีวิตของพวกเขา ก่อนที่พวกดีเซปติคอนส์ จะหาออลสปาร์คเจอเสียก่อน แต่หลังจากนั้นพวกเขาถูกเจ้าหน้าที่ซิมมอนส์ (จอห์น เทอร์เทอร์โร่) จับตัวเอาไว้ และพาตัวไปยังฐานบัญชาการลับ

ร้อยเอกเลนนิกซ์ (จอช ดูฮาเมล) ผู้ดูแลรับผิดชอบกองกำลังพิเศษกองเล็กๆ ประจำกองทัพ และ สิบเอก โรเบิร์ต เอ็ปป์ส (ไทรีส กิ๊บสัน) ซึ่งรอดชีวิตจากการถูกโจมตีในกาตาร์ จนเมื่อกองทัพของเลนนิกซ์ถูกส่งกลับไปยังสหรัฐอเมริกา พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทหารที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ซึ่งรวมถึง เลขาธิการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จอห์น เคลเลอร์ (จอน วอยต์), สมาชิกของหน่วยงานทหารลับสุดยอด ที่เรียกกันว่า เซ็คเตอร์ เซเว่น โดยเจ้าหน้าที่ซิมมอนส์ และ ทอม บานาเช็ค (ไมเคิล โอนีลล์) พร้อมด้วยนักวิเคราะห์คอมพิวเตอร์ แม็กกี้ แม็ดเซ่น (เรเชล เทย์เลอร์) และผู้ร่วมงานของเธอ เกลน วิทแมนน์ (แอนโธนี่ แอนเดอร์สัน) ซึ่งเป็นจอมแฮ็คเกอร์ โดยพวกเขาได้ร่วมมือกันเพื่อวางแผนการโจมตี แต่เมื่อแซมและมิเคลล่ารู้ถึงแผนการของรัฐบาล ที่ต้องการจะทำลายพวกออโต้บอทส์ซึ่งเป็นเพื่อนใหม่ของแซมไปแล้ว แซมจึงพยายามโน้มน้าวใจให้ทุกคนรู้ว่าออโต้บอทส์เป็นมิตรกับเรา และหุ่นยนต์ฝ่ายดีเซปติคอนส์นี้เองที่สมควรจะต้องถูกกำจัดให้จงได้

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น (อังกฤษ: Transformers: Revenge of the Fallen) เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวนวนิยายวิทยาศาสตร์ โลดโผน ออกฉายวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ในสหราชอาณาจักรและในวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ในอเมริกาเหนือ[3] เป็นภาคต่อของ ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาล ที่ฉายเมื่อปีคริสต์ศักราช 2007 โดยไมเคิล เบย์และสตีเวน สปีลเบิร์ก กลับมารับหน้าที่เป็นผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง ตามลำดับ ขณะที่ไชอา เลอบัฟก็รับบทเดิมคือ แซม วิทวิคกี้ มนุษย์ที่อยู่ภายใต้สงครามระหว่างออโต้บอทส์และดีเซปติคอนส์ ในภาพยนตร์ยังมีหุ่นใหม่ ๆ เพิ่มอีกหลายตัวและยังขยายอาณาเขตไปหลายประเทศ โดยเฉพาะที่เด่นชัดใน เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ฝรั่งเศส และอียิปต์

อุปสรรคของภาพยนตร์ในขั้นตอนการผลิต คือการประท้วงของกลุ่มนักเขียนบทในสหรัฐอเมริการะหว่างปี 2007-2008 เช่นเดียวกับการประท้วงของของสมาคมผู้กำกับแห่งอเมริกาและสมาคมนักเขียนบท เบย์เสร็จสิ้นภาคผลิตทันเวลาจากความช่วยเหลือในการทำภาพร่างหนัง และเขียนบทภาพยนตร์โดย โรเบอร์โต ออร์ซิ, อเลกซ์ เคิร์สซแมน และเอห์เรน ครูเกอร์ ภาพยนตร์ถ่ายทำระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน 2008

สำหรับในประเทศไทย มีการจัดงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2009 ณ เซ็นทรัลเวิลด์สแควร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนจะมีการฉายรอบสื่อมวลชน ทั้งในระบบฟิล์มปกติ ณ เอส เอฟ เวิลด์ ซีนีมา และในระบบไอแม็กซ์ ดีเอ็มอาร์ ณ กรุงศรี ไอแม็กซ์ เธียเตอร์ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เนื้อเรื่อง

สองปีผ่านไป นับแต่หนุ่มน้อย แซม วิทวิคกี้ (ไชอา เลอบัฟ) ได้ช่วยจักรวาลให้รอดพ้นจากศึกขั้นเด็ดขาดระหว่างหุ่นยนต์จากต่างดาวที่กำลังสู้รบกันอยู่ แม้จะสร้างวีรกรรมอันกล้าหาญสุดขั้วมาแล้ว แต่แซมยังคงเป็นวัยรุ่นธรรมดาที่มีปัญหาว้าวุ่นใจไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต้องไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย การต้องทิ้ง มิเคล่า (มีแกน ฟ็อกซ์) แฟนสาวของเขาเอาไว้ที่บ้านเกิด และต้องแยกห่างจากพ่อแม่ของเขา รอน และจูดี้ (เควิน ดันน์ และจูลี่ ไวท์) เป็นครั้งแรก แน่นอน ยังมีเรื่องหนักใจอื่นๆ อีกเมื่อแซมต้องพยายามอธิบายให้เพื่อนใหม่ของเขาฟังว่าทำไมเขาถึงต้องจากมา เพื่อนคนใหม่ที่ว่าก็คือหุ่นยนต์ที่คอยคุ้มครองดูแลเขาอย่างบัมเบิลบี สำหรับแซมแล้ว เป้าหมายของเขาก็คือการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเด็กนักศึกษาธรรมดาๆ แต่การจะทำตัวให้ธรรมดาได้ เขาต้องทำเป็นไม่สนโชคชะตาของตัวเขาเองเสียก่อน

ในขณะเดียวกันอาจารย์ของเมกะทรอนหรือเดอะฟอลเล่น (The Fallen) ผู้ก่อตั้งดีเซ็ปติคอนส์ ต้องการให้เมกะทรอน(ที่ถูกแรงอัดของเดอะ คิ้วบ์ และนำซากไปโยนทิ้งลงทะเล )ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งจึงได้ส่งลูกน้องที่นำโดยแรฟเวจ (Ravage)ไปกู้เมกะทรอนคืน

เมื่อพวกลูกน้องของเดอะฟอลเล่น (The Fallen)ไปถึงใต้ทะเล โวเบีย (Wobia)จึงบอกให้นำชิ้นส่วนของ สแครปเปอร์ (Scraper)มาเป็นชิ้นส่วนในการปลุกเมกะทรอน ซึ่งเมื่อเมกะทรอนฟื้นคืนชีพมา สงครามจึงอุบัติขึ้นอีกครั้ง

ขณะที่แซม พยายามทำดีที่สุดเพื่อทิ้งปัญหาต่างๆ เอาไว้ที่มิสชั่นซิตี้ และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ อย่างไรก็ดี สงครามระหว่างพวกออโต้บ็อทส์ กับดีเซ็ปติคอนส์ ซึ่งดำเนินไปอย่างลับๆ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย เซ็คเตอร์ 7 ถูกยุบไป และเจ้าหน้าที่ซิมม่อนส์ (จอห์น เทอร์เทอร์โร่) นายทหารผู้ภักดีกับเซ็คเตอร์ 7 ถูกไล่ออก และที่ถูกตั้งขึ้นมาแทนที่ก็คือเนสท์ (NEST) องค์กรใหม่ ซึ่งเลือกใช้งานนายทหารผู้มีประสบการณ์ภาคสนามอย่างเลนน็อกซ์ (จอช ดูฮาเมล) และเอ็ปป์ส (ไทรีส กิ๊บสัน) พยายามหาวิธีทำงานเคียงข้างไปกับกลุ่มออโต้บ็อทส์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพวกดีเซ็ปติคอนส์ โชคร้ายที่ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ธีโอดอร์ กัลโลเวย์ (จอห์น เบ็นจามิน ฮิคกี้) เหมือนจะเล็งเห็นถึงอันตราย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยึดครองอำนาจควบคุมขององค์กรทุกหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม รวมไปถึงอำนาจของแต่ละองค์กรเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็จะได้กำจัดหน่วยงานรัฐบาลที่เขาเห็นว่าไม่มีความสำคัญทิ้งไป กัลโลเวย์ จึงพยายามปิดเนสท์ ทิ้ง โดยเขาเชื่อว่าภัยคุกคามจากสงครามที่สร้างความวอดวายของกลุ่มหุ่นยนต์ต่างดาวสองกลุ่มนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เขาเชื่อว่ามนุษย์ไม่สนใจในความขัดแย้งที่ออโต้บ็อทส์ มีต่อพวก ดีเซ็ปติคอนส์

เมื่อชีวิตของ แซม ในที่เรียนใหม่เริ่มเข้าที่เข้าทาง โดยเขาสามารถปรับตัวเข้ากับลีโอ (ราม่อน ร็อดริเกซ) เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ที่เป็นจอมจุ้นจ้าน และอลิซ (อิซาเบล ลูคัส) เพื่อนสาวคนใหม่ที่จุ้นพอกัน แต่พอดีเป็นผู้หญิงเลยน่าสนใจกว่า จู่ๆ แซมก็เกิดความว้าวุ่นขึ้นอีกจนได้เมื่อเขาเห็นภาพที่แว่บขึ้นมาในหัวของเขาราวกับสายฟ้าแล่บ ด้วยความหวาดกลัวว่าเขาอาจกำลังวิกลจริตเหมือนปู่ของเขา แซมจึงเก็บภาพที่เขาเห็นในหัวเอาไว้เป็นความลับ จนกระทั่งเขาไม่อาจทนเมินเฉยต่อข้อความและสัญลักษณ์ที่แทรกซึมเข้าไปในความคิดของเขาได้

ถึงจะวางแผนมาเป็นอย่างดี แต่ แซม พบว่าเขาต้องไปติดอยู่กลางศึกระหว่าง ออโต้บ็อทส์ และ ดีเซ็ปติคอนส์ โดยมีชะตากรรมของจักรวาลเป็นเดิมพันอีกเช่นเคย แต่ที่แซมยังไม่รู้ก็คือเขาคือผู้กุมกุญแจที่จะไขไปสู่ผลลัพธ์ของการทำศึกระหว่างความชั่วและพลังแห่งความดี ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ รวมไปถึงเพื่อนที่เนสท์ และแม้กระทั่งพ่อกับแม่ของเขาเอง ในที่สุดแซม ก็ได้เรียนรู้ที่จะยอมรับความเป็นวิทวิคกี้ที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิด เขาไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวเองจากคำขวัญประจำตระกูลที่ว่า “ไม่เสียสละ ชัยชนะก็ไม่เกิด!” อีกต่อไป

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส 3

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 (อังกฤษ: Transformers : Dark of the moon) เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนววิทยาศาสตร์ และ แนวแอ็คชั่นบันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ มีต้นแบบมาจากหุ่นยนต์ของเล่นชุดทรานส์ฟอร์เมอร์สที่สามารถแปลงร่างได้ เริ่มออกฉายครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ปีพุทธศักราช 2554 สำหรับภาคนี้ เป็นภาคที่สามของภาพยนตร์ชุดเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สืบเนื่องมาจากภาพยนตร์ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส อภิมหาสงครามแค้น ที่ออกฉายใน พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องที่ต่อมาภายหลัง 3 ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ต่อเนื่องเรื่องแรกที่บริษัท ดรีมเวิร์กส ไม่ได้จัดจำหน่าย และมอบให้ พาราเมาต์พิกเจอร์ส เป็นเจ้าของผลงานแต่เพียงผู้เดียว

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 ได้รับการกำกับโดยไมเคิล เบย์ และได้ สตีเวน สปีลเบิร์กเป็นผู้อำนวยการบริหาร ทรานส์ฟอร์เมอร์สภาคนี้เป็นภาพยนตร์ภาคสุดท้ายที่ ทาคาร่า ทอมมี่ (Takara Tomy) เป็นเจ้าของ และ ฮาสโบร์ว (Hasbro) เป็นผู้ออกแบบตัวละครหุ่นยนต์ในภาพยนตร์ ที่ประเทศญี่ปุ่น เรื่องราวเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นเนื้อเรื่องภายหลัง 3 ปี ต่อจากเหตุการณ์จากภาคเดิมในปี พ.ศ. 2552 กล่าวถึงฝ่าย ออโต้บอท (Autobots)

ที่ทำการร่วมรบกับ กองทหารพิเศษฝ่ายมนุษย์ ชื่อว่า หน่วยเนสท์(Nest ซึ่งย่อมาจาก Nonbiological Extraterrestrial Species Treaty) เพื่อค้นหาเทคโนโลยีต่างดาวที่ซ่อนอยู่ปะปนกับมนุษย์บนโลก ซึ่งเคยถูกค้นพบมาแล้วบนดวงจันทร์ โดยยานอวกาศ อะพอลโล 11 (Apollo 11) เมื่อ 42 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ฝ่าย ดีเซปติคอนส์ (Decepticons) มีแผนที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ในการที่จะทำให้มนุษย์ตกเป็นทาส และในการที่จะฟื้นฟูดาวไซเบอร์ตรอน เพื่อให้เป็นบ้านหลังใหม่ของพวกทรานส์ฟอร์เมอร์ส

เนื้อเรื่อง

ในปี คริสต์ศักราช 1961 ยานบิน ดิ อาร์ค (The Ark) ยานอวกาศลำใหญ่ของฝ่ายออโต้บอทส์ได้นำเอาสิ่งประดิษฐ์บางอย่างหนีไป หลังจากจบสงครามระหว่างฝ่ายกู้โลกออโต้บอท และฝ่ายทำลายโลกดีเซปติคอน แต่สุดท้ายยานบินลำนั้นประสบอุบัติเหตุพุ่งชนดวงจันทร์ และ การพุ่งชนครั้งนั้นส่งผลให้มีสัญญาณที่ตรวจเจอความผิดปกติส่งมายังโลกโดยดาวเทียมของ นาซ่า ต่อมา ประธานาธิบดี จอห์น เอฟ.เคนเนดี ได้ออกคำสั่งให้มีภารกิจส่งหน่วยพิเศษเพื่อขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ ในปี คริสต์ศักราช 1969 ลูกเรือของยาน อะพอลโล 11 จึงลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ

ในปัจจุบัน ออโต้บอทส์ทำการร่วมมือกับกองทหารของสหรัฐอเมริกา ในการป้องกันสงครามและการต่อสู้ของหุ่นยนต์ทั่วทั้งโลก รวมทั้งการตามหาเทคโนโลยีต่างดาวที่ถูกซ่อนอยู่บนโลก ออพติมัส ไพรม์ ได้พบกับซากชิ้นส่วนของ ดิ อาร์ค และ พบว่าหุ่นยนต์ฝ่ายดีเซปติคอนส์มีชีวิตรอดมาจากการตกกระแทกของยานอวกาศในครั้งนั้น ได้ทำการโจมตีฝ่ายออโต้บอท และหลบหนีไปได้ เมื่อฝ่ายออโต้บอทรู้ว่ามีการโจมตีโลกอีกครั้ง จึงรวมตัว

สมาชิกที่เหลือรอดอยู่บนโลกและออกเดินทางไปรอบโลก เพื่อทำลายชิ้นส่วนของ เดอะอาร์ค และ พบกับบรรพบุรุษของออพติมัส ไพรม์ ชื่อว่า เซนทิเนล ไพรม์ ซึ่งกำลังสลบอยู่ และพบกับเสาพลังงานทั้ง 5 ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อที่จะใช้ในการเคลื่อนย้ายไปมา ระหว่างโลกกับอวกาศ หลังจากกลับมายังโลก ออพติมัสได้ใช้พลังของแมททริกซ์แห่งจิตพลังผู้นำ เพื่อคืนชีพ ให้กับ เซนทิเนล ผู้เป็นพี่ชายของเขา

ขณะเดียวกับ แซม วิทวิคกี้ (Sam Witwicky) กำลังสับสนระหว่างการช่วยเหลือออโต้บอทหรือจะออกหางานทำ เนื่องจากเขาอิจฉาและไม่พอใจที่แฟนใหม่ของเขา คาร์ดี้ สเปนเซอร์ (Carly Spencer) ไปสนิทสนมกับ ดีแลน กูลด์ หัวหน้าบริษัทแห่งหนึ่งที่แซมเพิ่งได้งานใหม่ที่นั่น แซม ได้คุยกับเพื่อนของเขาเกี่ยวกับยานบินดิ อาร์คก่อนที่เพื่อนเขาจะถูกสังหารโดยเลเซอร์บีค และแซมก็ได้พยายามติดต่อ กับ ซีมัวร์ ซิมมอนส์ อดีตเจ้าหน้าที่

จากหน่วยลับเซ็กเตอร์เซเว่นที่รู้ความลับเรื่องหุ่นยนต์ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับฝ่ายดีเซปติคอน และ หัวหน้าเมกะทรอน แซมได้ค้นพบว่าดีเซปติคอนเคยครอบครองยานอวกาศเดอะอาร์คมาก่อน ก่อนที่พวกออโต้บอทจะสละยาน และทิ้งเซนทิเนล ไพรม์ กับเสาหลักทั้ง 5 เสาไว้เพื่อล่อให้ดีเซปติคอนส์ไปติดกับดัก ถือได้ว่าเซนทิเนลคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เสาทั้ง 5 ทำงานได้ และฝ่ายดีเซปติคอนส์เองก็ต้องการใช้เสาพลังงานเพื่อเคลื่อนย้าย

กองทัพ จึงทำให้ดีเซปติคอนส์ต้องไว้ชีวิตเซนทิเนล ไพรม์ ไว้ แซมทราบความจริงดังนั้นจึงรีบเร่งให้บัมเบิลบี ดีโน่ และไซด์สไวป์ รีบกลับไปเพื่อช่วยเหลือเซนทิเนล ไพรม์ แต่เซนทิเนลกลับหักหลังและสังหารหุ่นรบฝ่ายออโต้บอทส์ ชื่อว่า ไอร่อนไฮด์ เนื่องจากเซนทิเนลตัดสินใจทำข้อตกลงกับเมกะทรอนไว้ ว่าจะทำให้เผ่าพันธุ์หุ่นยนต์ทั้งหมดมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เซนทิเนลรู้ว่า ออโต้บอทส์ไม่ต้องการทำร้ายมนุษย์เพราะหากนำดาวไซเบอร์ตรอนและหุ่นยนต์ทั้งหมดมายังโลกจะทำให้โลกมนุษย์สูญสิ้น เซนทิเนลจึงหักหลังออพติมัส ไปเข้าร่วมกับเมกะทรอนทันที

ต่อมาเซนทิเนลได้ใช้พลังของแท่งเสาเคลื่อนย้ายหุ่นยนต์ทั้งหลายที่ต้องการมายังโลกมนุษย์ ดีเซปติคอนส์ซึ่งมีจำนวนหลายร้อยตัวจึงได้ถูกดูดจากดวงจันทร์มาสู่โลก ในขณะที่คาร์ลี่ แฟนใหม่ของแซม ถูกดีแลนด์ซึ่งแท้จริงแล้วรับใช้ฝ่ายดีเซปติคอนส์อยู่ลับหลังนั้น จับตัวเธอไป และฝ่ายออโต้บอทส์ถูกหน่วยเหนือบังคับให้เดินทางออกจากโลกเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม แซมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เขาและออพติมัสต้องจากกัน ยาน

อวกาศได้รับการบินขึ้น แต่สุดท้ายก็ถูกสตาร์สครีมยิงระเบิดหมดทั้งลำ แต่โชคดีที่พวกออโต้บอทส์ได้วางแผนว่าจะขึ้นยานไปแต่แอบสละยานออกก่อนที่ยานจะระเบิดและซ่อนตัวใต้มหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อให้เซนทิเนลและเมกาทรอนตายใจว่าออโต้บอทส์เสียชีวิตกันหมดแล้ว เมกะทรอนหลงเชื่อจึงนำเสาทั้ง 5 ไปปักไว้แต่ละทวีปทั่วโลก เพื่อเคลื่อนย้ายดาวไซเบอร์ตรอนและหุ่นยนต์จากอวกาศมาสู่โลก และ เมื่อมีการดำเนินการเคลื่อนย้ายหุ่นยนต์มายังโลกก็ทำให้ทวีปแรกที่เริ่ม ดำเนินการหายไป แซมจึงร่วมมือกับยูเอส แอร์ฟอร์ซชีพ เพื่อหยุดยั้งการนำหุ่นยนต์จากนอกโลกเข้ามายังโลก และเพื่อช่วยเหลือคาร์ลี่ที่ถูกดีแลนด์จับตัวไปด้วย

หลังจากนั้นผู้คนได้เริ่มทำสงครามกับดีเซปติคอนส์ แต่ไม่สามารถสู้ได้ เมื่อพวกเขาใกล้จะแพ้ ฝ่ายออโต้บอทที่ซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาช่วยมนุษย์ทำสงครามกับดีเซปติคอน บัมเบิลบีอาสาขับยานพาแซมไปช่วยคาร์ลี่ และสังหารเลเซอร์บีคฝ่ายดีเซปติคอนส์ตาย โชคร้ายที่ภายหลังบัมเบิลบี แร็ตเชต และหุ่นยนต์ตัวอื่น ๆ ถูกซาวด์เวฟ และ บาร์ริเคด จับเป็นเชลย วีลแจ็ค หรือ คิว หุ่นยนต์ออโต้บอทส์ถูกบาร์ริเคดฆ่าตาย จากนั้นจึงจับตัวบัมเบิ

ลบีมาหวังจะฆ่าเป็นรายต่อไป แต่วิลลี่ และ เบรนส์ หุ่นยนต์ขนาดเล็กทำการฉีกยานบินฝ่ายข้าศึกขนาดใหญ่ในบริเวณนั้นพอดี ยานบินจึงตกลงมายังจุดที่ออโต้บอทส์ถูกจับ บัมเบิลบีจึงใช้โอกาสโต้กลับและสังหารซาวด์เวฟตาย ในเวลาเดียวกัน แซมได้ใช้อาวุธประดิษฐ์ของคิว ที่ให้แซมไว้ก่อนสิ้นใจสังหารสตาร์สครีมได้เช่นกัน ขณะที่คาร์ลี่ทำใจกล้าใช้เล่ห์กลล่อลวงให้เมกะทรอนและเซนทิเนลทะเลาะกันเอง คาร์ลี่ทำการสำเร็จ เมกะทรอนจึง

มุ่งหน้าไปสังหารเซนทิเนล ฝ่ายออพติมัสที่ออกต่อสู้กับเซนทิเนลนั้น กำลังเสียเปรียบ เมกะทรอนเข้ามายิงเซนทิเนลบดเจ็บสาหัส ออพติมัสใช้โอกาสสำคัญนี้สังหารทั้งเมกะทรอนและเซนทิเนลเสียชีวิตทั้งคู่ ขณะเดียวกัน บัมเบิลบีไปทำลายระบบแท่งเสาเคลื่อนย้ายดวงดาวได้เช่นกัน เมื่อสงครามจบลง ออพติมัส ได้สัญญาว่าจะร่วมรบกับมนุษย์เพื่อจะปกป้องโลกต่อไป

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส มหาวิบัติยุคสูญพันธุ์

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส มหาวิบัติยุคสูญพันธุ์ (อังกฤษ: Transformers: Age of Extinction) เป็นภาพยนตร์อเมริกันในปี ค.ศ. 2014 และเป็นเรื่องที่ 4 ของภาพยนตร์ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ซึ่งต่อจากภาคทรานส์ฟอร์มเมอร์ส 3 นำแสดงโดย มาร์ก วาห์ลเบิร์ก กำกับการแสดงโดย ไมเคิล เบย์[1] และได้ สตีเวน สปีลเบิร์ก เป็นผู้อำนวยการบริหาร โดยออกฉายในประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2014

ในระหว่างการสร้างทรานส์ฟอร์มเมอร์ส 3 ไชอา เลอบัฟ และไมเคิล เบย์ ได้ยืนยันว่าพวกเขาจะไม่กลับมาในภาคที่สี่ของซีรีส์[2] ส่วนโรแลนด์ เอมเมอริค, โจ จอห์นสตัน, จอน เทอร์เทิลเทิบ, สตีเฟน ซอมเมอร์ส, หลุยส์ เลแตร์ริเยร์ และเดวิด เยตส์ ต่างได้รับการลือว่าจะเข้ามาทำหน้าที่แทนไมเคิล เบย์

เนื้อเรื่อง

สถานการณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อทางหน่วยเหนือหักหลัง อ็อพติมัส ไพรม์ และเหล่าออโต้บอทส์ ไปเข้ากับ ล็อกดาวน์ หุ่นยนต์ฝ่ายนักล่าเงินรางวัล ซึ่งล็อกดาวน์ได้อ้างว่าตนได้รับคำสั่งจากหุ่นยนต์ระดับสูงให้นำตัว อ็อพติมัส ไพรม์ กลับไปกับล็อกดาวน์ ทางหน่วยเหนือของสหรัฐอเมริกาได้ร่วมมือกับล็อกดาวน์ เพื่อทำการสังหาร แร็ตเชต ลีดฟูท และออโต้บอทส์ตัวอื่น ๆ เสียชีวิตเกือบทั้งหมด ขณะเดียวกัน อ็อพติมัส ไพรม์ ก็ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ร้ายแรงนี้เช่นเดียวกัน

ณ รัฐเท็กซัส ที่อยู่อาศัยของ เคด เยเกอร์ นักประดิษฐ์ที่กำลังตามหาเศษเหล็กมาประดิษฐ์ของวิเศษ บังเอิญพบกับรถบรรทุกคันหนึ่ง ที่มีแต่กระสุนปืนใหญ่อยู่ทั่วบริเวณ เขาจึงนำกลับมาที่บ้านด้วยเพื่อหวังจะสร้างของสำคัญสักอย่าง โดยไม่รู้ว่ารถบรรทุกคันนั้นคืออ็อพติมัส เคด อาศัยอยู่กับลูกสาว เทสซ่า เยเกอร์ เธอมีแฟนเป็นนักแข่งรถนามว่า เชน และมี ลูคัส เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเคด หลังจากนั้นไม่นาน เคด เทสซ่า และลูคัสได้

รู้ว่ารถบรรทุกคันนั้นคือ อ็อพติมัส ไพรม์ เคดจึงหาทางซ่อมแซมเขาจนหายดี แต่ขณะเดียวกันทางหน่วยเหนือและล็อกดาวน์จับสัญญาณอ็อพติมัสได้ จึงเข้าโจมตีและยิงระเบิดบ้านของเคดทิ้งทั้งหลัง โชคดีที่เชนขับรถแข่งมาช่วยเคด เทสซ่า และลูคัสได้ทัน เมื่อหนีมาถึงตึกร้างล็อกดาวน์ตามไประดมยิงระเบิดเข้าใส่พวกเขาทั้งสี่ ลูคัสหนีระเบิดไม่ทันจึงเสียชีวิตทันที

ต่อมา อ็อพติมัสได้เปลี่ยนโหมดรถบรรทุกเสียใหม่ และมุ่งหน้าไปถึงที่ซ่อนตัวของ บัมเบิลบี ฮาวด์ ครอสแชร์ส และ ดริฟต์ ซึ่งเป็นเหล่าออโต้บอทส์ที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงสี่ตัว เคดได้นำเครื่องบันทึกภาพที่ขโมยมาจากคนของหน่วยเหนือคนหนึ่งมาได้ มาฉายภาพให้ออโต้บอทส์ทุกตัวได้เห็นเหตุการณ์ที่แร็ตเชต และลีดฟูทถูกฆ่าตายโดยน้ำมือมนุษย์ เหล่าออโต้บอทส์จึงมุ่งหน้าโจมตีบริษัท เคเอสไอ ผู้ผลิตหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมี่ยม รวมถึง

โจชัวร์ ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ แต่สุดท้ายอ็อพติมัสตัดสินใจไม่ฆ่าโจชัวร์ และทำการทยอยทัพกลับ แต่ทางเคเอสไอก็ส่งหุ่นยนต์ต้นแบบ นำโดย กัลวาทรอน และอีกมากมายหลายตัวออกไปตามไล่ล่าพวกเขา อ็อพติมัสต่อสู้กับกัลวาทรอน อ็อพติมัสพลาดท่าถูกล็อกดาวน์ลอบยิงบาดเจ็บ ล็อกดาวน์จึงจับตัวอ็อพติมัส รวมถึงเทสซ่าไปด้วย

ออโต้บอทส์ทั้งหมดจึงลอบเข้าไปในยานบินของล็อกดาวน์เพื่อเข้าช่วยอ็อพติมัสและเทสซ่าที่อยู่ในยานบินของล็อกดาวน์ เคด และ เชนตามไปด้วยจนได้อาวุธปืนขนาดใหญ่ของลูกน้องล็อกดาวน์ตัวหนึ่งโดยบังเอิญ ส่วนเหล่าออโต้บอทส์เมื่อช่วยเหลืออ็อพติมัสสำเร็จแล้ว อ็อพติมัสจึงทำการขโมยยานบินล็อกดาวน์ส่วนหนึ่งไป นั่นจึงทำให้ อ็อพติมัส ได้พบกับนักโทษที่ถูกขังอยู่ในยานบินลำนั้นหลายต่อหลายตัว หนึ่งในนั้นก็คือ กริมล็อก

และหุ่นยนต์เหล่าไดโนบอทส์ทั้งหลาย อ็อพติมัสจึงปล่อยตัวพวกเขาออกมา แต่กริมล็อกหยิ่งผยองไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติ จนเกิดการต่อสู้กัน กริมล็อกสู้ไม่ได้จึงขอยอมแพ้ ทำให้อ็อพติมัส ไพรม์ ได้กริมล็อกและเหล่าไดโนบอทส์มาเป็นพวกเดียวกัน ขณะเดียวกันโจชัวร์มองเห็นข้อเสีย ร้ายแรงที่ตนได้สร้างกัลวาทรอนขึ้นมากับมือ จึงตัดสินใจย้ายข้างมาอยู่ร่วมกับเคด บัมเบิลบี และ ฮาวด์ ปะทะกับหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมี่ยมอย่างดุเดือดจนบาด

เจ็บทั้งคู่ โชคดีที่อ็อพติมัส ไพรม์ ออโต้บอทส์ที่เหลือ รวมถึงไดโนบอทส์มุ่งหน้าเข้าปะทะกับหุ่นทรานส์ฟอร์เมี่ยมทันเวลา อ็อพติมัส ไพรม์จึงแยกไปปะทะกับล็อกดาวน์ เคดสั่งให้เชน พาเทสซ่านั่งรถบัมเบิลบีหนีไป แล้วตนจึงออกไปช่วยอ็อพติมัส แต่สุดท้ายเทสซ่าไม่เชื่อฟังจึงให้บัมเบิลบีวกกลับไปช่วยเคด ที่กำลังใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าใส่ล็อกดาวน์ อ็อพติมัสสบโอกาสจึงสังหารล็อกดาวน์สิ้นใจในทันที ขณะที่กัลวาทรอน หนีรอดไปได้และไปซ่อนตัวรอวันล้างแค้นครั้งต่อไป

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 5: อัศวินรุ่นสุดท้าย

ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 5: อัศวินรุ่นสุดท้าย (อังกฤษ: Transformers: The Last Knight) เป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดแอคชั่นจากปี ค.ศ. 2017 ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคห้าในภาพยนตร์ซีรีส์ชุด ทรานส์ฟอร์เมอร์ส ต่อจาก ทรานส์ฟอร์เมอร์ส: มหาวิบัติยุคสูญพันธุ์ กำกับโดย ไมเคิล เบย์

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะแตกต่างจากแก่นเรื่องหลักของแฟรนไชส์ทรานส์ฟอร์เมอร์ส และให้คำจำกัดความวีรบุรุษใหม่ มนุษย์และทรานส์ฟอร์เมอร์สอยู่ในสงคราม ออพติมัสจากไป การปกป้องอนาคตของพวกเราขึ้นอยู่กับความลับในอดีต ที่ซ่อนอยู่ในประวัติศาสตร์ทรานส์ฟอร์เมอร์สบนโลกใบนี้ การพิทักษ์โลกของเราตกอยู่ในกำมือของพันธมิตรอย่าง เคด เยเกอร์ และ บัมเบิ้ลบี และขุนนางอังกฤษ และ ศาสตราจารย์จากออกซฟอร์ด

No Comments, Be The First!

Your email address will not be published.